open letter no 2

Chicago 2 why Chicago

Chicago 2 ทำไม ผมต้องดัดจริต ฟังวิทยุชิคาโก ด้วย? ๑.    ผมติดนิสัยชอบฟังวิทยุตปท. จากแดนไกลเป็นนิสัยมาแต่มัธยม เพื่อฝึกภาษา ประกอบกับมีผู...

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Village Life: คนประสาท ๆ

มีมากกว่าที่คิด 
และมักจะ อุบาทว์ ๆ

เราจะทำอย่างไรกับ คนประสาท ๆ และอุบาทว์ ๆ เหล่านี้  ภาษาอังกฤษท่านเรียกว่า toxic people ซึ่งบางที เราเอง เช่น ตัวผู้เขียนเองก็มีสิทธิเป็น

คนหนึ่ง-มันโทรบอกว่า มันจะบ้านผู้เขียน มันว่ามันจะมาเยี่ยม ผู้เขียนตอบว่า--อย่ามา มันยังบอกว่า คิดถึง มันจะมา  ผู้เขียนตอบไปว่าตัวเองอยู่ในสภาพไม่พร้อมที่จะต้อนรับแขก  มันบอกว่า มันไม่ได้เป็นแขกเหรื่อที่ไหน มันไม่ใช่คนอื่นคนไกล มันจะมา

โคดบัดซบเลย ผู้ที่จะพูดว่า คุณไม่ใช่คนอื่นคนไกล ไม่ได้เป็นแขกที่ไหน มาเที่ยวบ้านผมได้ ถึงแม้เวลานี้ผมจะไม่ค่อยพร้อมที่จะต้อนรับผู้มาเยือน เช่น ส้วมเต็ม เป็นต้น  ผู้พูดควรจะเป็น “กูผู้เป็นเจ้าบ้าน” ไม่ใช่มึงผู้เป็นอาคันตุกะ เสือกจะมาพูดรวบหัวรวบหาง-จะมาลุยกูถึงบ้าน  ไอ้ส้นตีน พูดเหมือนคนมีสมบัติผู้ดี แต่มันกลับข้างกัน กิริยามารยาทเขาไม่ได้มีไว้เพื่อรวบหัวรวบหางเอารัดเอาเปรียบ ฉกฉวย เอาจากคนอื่นหน้าด้าน ๆ เขามีไว้เพื่อรักษาดูแลมิตรภาพให้ดำเนินอยู่ได้ต่อไป

กิริยามารยาทเขาไม่ได้มีไว้พูดว่า กูไม่ใช่คนอื่นคนไกล เดี๋ยวกูจะไปลุยมึงถึงบ้าน

กิริยามารยาทเขามีไว้ให้พูดว่า มึงไม่ใช่คนอื่นคนไกล มึงมาหากูที่บ้านเด่ะ

ผู้เขียนได้ตอบไปเพียงว่า  เวลานี้ผมไม่ต้องการต้อนรับทั้งนั้น แม้จะเป็นญาติสนิทมิตรสหาย  ผมพูดชัดเจนแล้วนะครับ ย้ำ--ชัดเจนนะครับ?  มันตอบว่า “ค่ะพี่”

Be clear, not clever.  

คือคติเวลานี้ของผม  แต่จะกระนั้นก็ดี ก็ไม่ได้บอกไปว่า เวลานี้ยาไวอากร้าหมด และหมอห้ามกินเป็นการชั่วคราว

อีกคนหนึ่งเพศชาย คนนี้กับลูกเมียมันวิวาทกับเขาหมด พวกเขาไม่เอามันแล้ว  มันเที่ยวสอดส่ายสายตาหาเหยื่อ พล่ามพรรณนา ย้ำคิดย้ำทำย้ำพูด พูดแต่โรคภัยที่เบียดเบียนตัวมัน ซ้ำ ๆ ซาก ๆ รักษาไม่หาย  ผู้เขียนเคยแนะนำให้ลองเลี้ยงหมา แล้วพูดให้หมาฟัง  แต่มันและคนบัดซบพวกนี้ มักจะไม่ใช่ dog people  มันไม่รักหมารักแมวหรอก

ผู้เขียนบอกไปว่า โรคภัยของคุณ ๆ เล่าให้ผมฟังหลายครั้ง จนผมจำได้หมดแล้ว ว่าอาการและรายละเอียดขั้นตอนเป็นอย่างไร  ไม่มีอะไรใหม่

คุณควรไปพบ จิตแพทย์

ที่จริงรายการทำนองนี้มีมากกว่าสองคน อีกคนหนึ่งเพศหญิงเคยรู้จักกันมาก่อน ตอนนั้นเลิกกับผัว มีลูกสองคน โต ๆ กันแล้ว  มันติดต่อผ่าน social networking บอกผู้เขียนว่า เวลานี้มันเป็นโสดอยู่คนเดียวแล้ว และไป “ทำสาว” มาแล้ว เครื่องของมันฟิตดีมาก  มันจะมาหาที่บ้าน  ผู้เขียนทำเป็นไขหู ไม่รู้ไม่ชี้ไม่ฟัง เพราะของพรรณนี้ไม่ได้อยู่ที่เครื่องฟิตอย่างเดียวแล้วจะโอเค  องค์ประกอบมากกว่านั้นนะเจ๊  ถ้าจะเครื่องฟิตอย่างเดียวแล้วโอเค - เล่นจิ๋มกระป๋องได้ครับ

มันรู้จักผิวเผินอยู่กับเพื่อนผู้เขียนในพื้นที่  มันพูดจาหลอกต้มจนเพื่อนตายใจ  แล้วมันนั่งเครื่องมาลงที่สนามบินสุราษฎร์  นัดให้เพื่อนไปรับ  พอรับออกจากสนามบิน มันบอกให้พามาหาผู้เขียนที่บ้าน  เพื่อนโทรมาบอกว่า เนี่ยะกำลังขับรถจะพาเจ๊แกมาหาที่บ้าน - มึงอยู่บ้านเปล่า?   

ไม่ทราบว่า เทพยดาฟ้าดินองค์ใดมาช่วยผู้เขียนไว้ในครั้งนั้น  ผู้เขียนอยู่บ้านญาติที่ไชยา ไม่ได้อยู่บ้านเอง จึงตอบเพื่อนไปตามนั้น เพื่อนบอกถ้างั้นเนี่ยะกูขับรถออกจากสนามบินสุราษฎร์ ใกล้ถึงทางเข้าไชยาแล้ว มึงมารอที่สถานีรถไฟไชยานะ ผู้เขียนเห็นใจและเกรงใจเพื่อน ตอบว่า โอเค แต่ว่า-เดี๋ยวเราพาเจ๊แกไปพักโรงแรม ในเมืองหลังสวนนะ อย่ามาบ้านกู

ไปถึงที่โรงแรม ซึ่งเป็นโรงแรมสะอาดสะอ้าน ท่าทางสุภาพและดี เขาให้ห้องชั้นสองกะเจ๊
ได้ห้องแล้วผู้เขียนก็บอกแกว่า อยู่ชั้นสองเอง ขึ้นไปซี เดี๋ยวผมนั่งรออยู่หน้าเคาน์เตอร์  

 เจ๊แกบอกผู้เขียนว่า “ขึ้นมาด้วยกันซี ไม่เป็นไรหรอก.....”

ผู้เขียนจึงพูดซ้ำ ลอกเลียนปลายประโยคของแกไปว่า “ไม่เป็นหรอก... ขึ้นไปเถอะ รออยู่นี่แหละ”  

แม้จะถือคติ Be clear, not clever. 

แต่ผู้เขียนก็ไม่ได้บอกตรง ๆ กับแกว่า “ผมกลัวเจ๊ข่มขืน” เพราะถ้าพูดอย่างนั้น แกอาจตัดสินใจข่มขืนผู้เขียนที่หน้าเคาน์เตอร์ เลยก็ได้ ใครจะรู้? โธ่-ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า Safety First

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น