open letter no 2

Chicago 2 why Chicago

Chicago 2 ทำไม ผมต้องดัดจริต ฟังวิทยุชิคาโก ด้วย? ๑.    ผมติดนิสัยชอบฟังวิทยุตปท. จากแดนไกลเป็นนิสัยมาแต่มัธยม เพื่อฝึกภาษา ประกอบกับมีผู...

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ตอน 14 เลอไวอาธาน ของ โธมัส ฮ็อปส์ ตอน 3/3

ปรัชญาการเมือง
ศาสตราจารย์ สตีเวน บี. สมิธ
มหาวิทยาลัย เยล

Dan Bailé ผู้สรุปเป็นภาษาไทย

เลอไวเอธาน ของ โธมัส ฮ็อปป์
ตอน 3/3

ศ.สมิธ สรุปย้ำเตือนอีกครั้งหนึ่งว่า โธมัส ฮอปส์ เป็นต้นคิดทฤษฎีการเมืองการปกครองที่สำคัยสองความคิด คือ

1)    ทฤษฎีสภาพธรรมชาติ (the state of nature)
2)    ทฤษฎีรัฏฐาธิปัตย์ (the sovereignty)

ในคราวก่อน ได้พูดเรื่องสภาพธรรมชาติมาแล้ว ว่าเป็นอย่างไร และมีส่วนผลักดันให้คนแสวงหานาครธรรม สำหรับครั้งนี้ จะได้กล่าวถึงเรื่อง รัฏฐาธิปัตย์ (หรือ อำนาจอธิปไตย)

ตอน 13 เลอไวเอธาน ของ โธมัส ฮ็อปป์ ตอน 2/3

ปรัชญาการเมือง
ศาสตราจารย์ สตีเวน บี. สมิธ
มหาวิทยาลัย เยล

Dan Bailé ผู้สรุปเป็นภาษาไทย

เลอไวเอธาน ของ โธมัส ฮ็อปป์
ตอน 2/3

การบรรยายครั้งนี้ ศ.สมิธ เปิดประเด็นเรื่อง “สภาพธรรมชาติ”(the state of nature) ซึ่งเป็น “การค้นพบ” ที่น่าทึ่งของ โธมัส ฮ็อปป์

ทั้งนี้ โดยที่ท้ายตอนที่แล้ว ศ.สมิธได้แถลงหัวใจของปรัชญาการเมืองการปกครองของ ฮ็อปป์ ว่าอยู่ที่คำถาม หรือข้อสงสัย ที่ว่าอะไรคืออำนาจ/อำนาจหน้าที่(authority) อะไรที่เป็นเหตุทำให้อำนาจ/อำนาจหน้าที่ เป็นไปได้?อะไรที่ทำให้อำนาจ/อำนาจหน้าที่ ถูกต้องตามกฎหมาย?

ตอน 12 เลอไวอาธาน ของ โธมัส ฮ็อปส์ 1/3

ปรัชญาการเมือง
ศาสตราจารย์ สตีเวน บี. สมิธ
มหาวิทยาลัย เยล

Dan Bailé ผู้สรุปเป็นภาษาไทย

เลอไวเอธาน ของ โธมัส ฮ็อปป์
ตอน 1/3

ศ.สมิธ ยกย่อง โธมัส ฮ็อปป์ ว่าเขียนหนังสือรัฐศาสตร์ที่สำคัญที่สุด ที่มีอยู่ในภาษาอังกฤษ ด้วยสไตล์ภาษาอังกฤษชั้นครู เนื้อหายอดเยี่ยม หาใดเสมอมิได้ ไม่ว่าในภาษาอังกฤษหรือภาษาใดๆ

หนังสือเล่มนั้น ชื่อ Leviathan เลอไวเอธาน มีความสำคัญต่อภาษาอังกฤษร้อยแก้ว พอ ๆ กับที่หนังสือ Paradise Lost สำคัญต่อภาษาอังกฤษร้อยกรอง

ถ้า มาเคียเวลลี เป็น เชอร์ล็อค โฮม โธมัส ฮ็อปป์ ก็เป็น ดร.วัตสัน  โดยที่ ฮ็อปป์ สร้างงานต่อเนื่องต่อจากงานของ มาเคียเวลลี  ถ้า มาเคียเวลลี ค้นพบโลกใหม่ในวิชารัฐศาสตร์ ฮ็อปป์เป็นผู้เข้าไปหักร้างถางพง ทำให้โลกใหม่ดังกล่าวนั้น สามารถอยู่อาศัยได้

ตอน 11 มาเคียเวลลี ”เจ้าชาย” 2/2

ปรัชญาการเมือง
ศาสตราจารย์ สตีเวน บี. สมิธ
มหาวิทยาลัย เยล

Dan Bailé ผู้สรุปเป็นภาษาไทย



มาเคียเวลลี ”เจ้าชาย” 2/2
New Modes and Orders: Machiavelli's The Prince (chaps. 13-26)


ในคราวที่แล้ว ศ.สมิธ กล่าวถึง มาเคียเวลลี ว่า เขาได้นิยามคำศัพท์เกี่ยวกับคุณงามความดีเสียใหม่ ให้แตกต่างจากคุณงามความดีรุ่น เพลโต และแตกต่างจากศิลธรรมคริสเตียน ซึ่งอิงอยู่กับพระคัมภีร์ไบเบิล

นิยามใหม่ของ virtue หรือ คุณงามความดี มีความหมายแฝงการมีกำลังอำนาจ มีความกล้าหาญ  มาเคียเวลลี เปรียบว่า อำนาจวาสนาบารมีเป็นสตรี  เจ้าชาย จะต้องมีความรู้ คือรู้จักที่จะได้ครองสตรีนั้น  คือ ต้องใช้ความกล้า ความรุนแรง ความโหดร้าย เหล่านี้เป็นศัพท์สำนวนที่   มาเคียเวลลี ชอบใช้

มาเคียเวลลี เสนอข้อปรัชญาเรื่อง “มือสกปรก”(the problem of dirty hand) ซึ่ง ศ.สมิธ กล่าวว่า จะได้บรรยายข้อปรัชญานี้ในครั้งนี้  กล่าวง่าย ๆ ว่า ถ้าคุณปรารถนาจะมีส่วนร่วมในเกมการเมืองการปกครอง  คุณต้องพร้อมที่จะให้มือของคุณสกปรก

ตอน 10 มาเคียเวลลี "เจ้าชาย" 1/2

ปรัชญาการเมือง
ศาสตราจารย์ สตีเวน บี. สมิธ
มหาวิทยาลัย เยล

Dan Bailé ผู้สรุปเป็นภาษาไทย



มาเคียเวลลี ”เจ้าชาย” 1/2
                               New Modes and Orders: Machiavelli's The Prince (chaps. 1-12)


มาเคียเวลลี คือ ใคร?
เราจะอ่านหนังสือเรื่อง “เจ้าชาย” (เดอะ ปรินซ์) ของเขา อย่างไรดี?

มาเคียเวลลี เป็นชาวนครฟลอเรนซ์ ซึ่งเป็นสาธารณรัฐอิสระทำนอง “นครรัฐ” กรีก  มาเคียเวลลีใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเมืองฟลอเรนซ์ อันเป็นศูนย์กลางการฟื้นฟูศิลปวิทยา ทีเรียกกันว่า ยุคเรอเนสซ้องต์ ที่ผู้รู้หันกลับไปศึกษาศิลปวิทยาการของโลกยุคโบราณ ยุคกรีกและโรมัน กันใหม่

ตอน 9 ปกครองด้วยกฎหมาย ตำราการเมือง อริสโตเติล เล่ม VII

ปรัชญาการเมือง
ศาสตราจารย์ สตีเวน บี. สมิธ
มหาวิทยาลัย เยล

Dan Bailé ผู้สรุปเป็นภาษาไทย



ปกครองด้วยกฎหมาย – ตำราการเมือง อริสโตเติล เล่ม VII เจ็ด
The Mixed Regime and the Rule of Law: Aristotle's Politics, VII


“Aristotle’s discovery of America.”


ศ.สมิธ ประกาศเริ่มการบรรยาย อย่างน่าตื่นเต้นว่า “อริสโตเติล ค้นพบ อเมริกา”

การบรรยายครั้งนี้ ศ.สมิธ ยกเรื่อง ฝักฝ่ายทางการเมืองการปกครอง(political faction) จากหนังสือ การเมืองการปกครอง(Politics)ของ อริสโตเติล ขึ้นมาพูด

อริสโตเติล เห็นว่า ระบอบการเมืองการปกครองที่ควบคุมความเป็นฝักฝ่าย และควบคุมการขัดแย้งได้ดีที่สุด คือ ระบอบการเมืองการปกครอง ชนิดที่อริสโตเติลเรียกว่า “Polity” -- ซึ่งเป็นส่วนผสมของ การปกครองโดยคนสองสามคน(oligarchy) กับ การปกครองโดยคนจำนวนมาก(democracy)