open letter no 2

Chicago 2 why Chicago

Chicago 2 ทำไม ผมต้องดัดจริต ฟังวิทยุชิคาโก ด้วย? ๑.    ผมติดนิสัยชอบฟังวิทยุตปท. จากแดนไกลเป็นนิสัยมาแต่มัธยม เพื่อฝึกภาษา ประกอบกับมีผู...

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

How to read about the French revolution in this Thai blog

เหตุผลว่า ทำไมเขียนเรื่องการปฏิวัติฝรั่งเศส

How to read about the French revolution in this Thai blog

Some years ago, a couple of readers had asked me to tell the story of the French revolution. I considered their asking a challenge, and I accepted it because writing this topic at that time was a test of social skill. I had friends (and foes) on both sides of political spectrum at that moment.

However, I never thought then, and I don’t think now, that the readers and I perceive the story of the French revolution in the same perspective. Needless to say but say it anyway, I’m not impartial in looking at the French revolution because during all of my existential years I’ve learned to have my worldview. Let me illustrate the point: to me Louis XVI is Mr.Hakka 1er, and Marie-Antoinette is Madame la Grande Mademoiselle, as a Hakka woman, with a character of the insipid red wine, she fits well the role of la Austrichienne, a foreign woman parachuted to high power politics in France, a country and culture she doesn’t belong. In parallel comparison, both of my protagonists, she and her brother cannot even speak Thai properly. Both of them were then, and are now, too weird and unaccomodatable for us whose power of assimilation and empathy is self-evident and legendary. They were then, and are now, up to our necks.

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

แผ่นป้ายความฝัน vision board

ปกิณกะชีวิต
แดง ใบเล่

แม้เรื่องนี้จะมีมานาน แต่ผู้เขียนเพิ่งจะรู้จัก แผ่นป้ายความฝัน ไม่นานมานี้เอง เวลานั้นยังอยู่กรุงเทพฯ สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนพาณิชย์แห่งหนึ่ง ในเขตบางกอกใหญ่ โดยที่เพื่อนครูเป็นผู้แนะนำให้ใช้ vision board เป็นอุปกรณ์การสอน โดยให้นักเรียนไปหานิตยสารเก่า ๆ ภาษาอังกฤษ  แล้วเลือกตัดรูปที่ตนใฝ่ฝัน แปะลงบนป้ายปลาสติคแผ่นโตซึ่งหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียน  โดยให้ทำเป็นกิจกรรมกลุ่ม นำมาเสนอหน้าชั้นเป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ แล้วให้เพื่อนนักเรียนซักถาม  ได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษกันคนละประโยคสองประโยค

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558

ปฏิญญาปีใหม่

ปกิณกะชีวิต
แดง ใบเล่

        ชาวอเมริกันนั้น หลายท่านทราบกันอยู่ว่าชอบที่จะทำ ปฏิญญาปีใหม่  หรือ New Year Resolution คำมั่นสัญญากับตัวเอง ว่าปีใหม่นี้ ฉันจะทำตัวเองให้เจริญขึ้นอย่างไร  ผู้เขียนเป็นน้องใหม่ของกิจกรรมปฏิญญาปีใหม่ เพราะสมัยที่เรียนหนังสือในอเมริกา ปฏิญญาปีใหม่ยังไม่เกิด คนอเมริกันยังไม่มีแฟชันเรื่องนี้  ต่อมาถึงรุ่นหลานที่เรียนหนังสือในสหรัฐฯ ปฏิญญาปีใหม่ จึงได้เกิด และผู้เขียนก็เห็นว่า ปฏิญญาปีใหม่ เป็นเครื่องมือเล็ก ๆ ที่มีคุณค่าแก่ชีวิตเราท่านแทบทุกคน  ระยะหลัง ๆ นี้ ผู้เขียนจึงได้นำมาปฏิบัติบ้าง

          ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผู้เขียนได้พบกับสหายเก่าผู้หนึ่ง วัยประมาณสามสิบต้น ๆ เขาเล่าว่า ตัวเขาก็ทำปฏิญญาปีใหม่  สำหรับปีใหม่ปีนี้เขาใด้บรรจุเรื่องการลดน้ำหนักและการฝึกภาษาต่างประเทศไว้ด้วย

วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วิจารณ์ การวิจารณ์เด็ก ของคุณเพชร มาร์

โดย แดง ใบเล่


เกี่ยวกับการวิจารณ์งานศิลป์นั้น ผู้รู้ชาวฝรั่งเศสท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า ถ้าเราอยากได้ยินได้ฟังอะไรที่ งี่ ๆ เง่า ๆ โง่ ๆ แล้วละก้อ ให้ลองเดินเกร่เลียบ ๆ เคียง ๆ เข้าไปเงี่ยหูฟังกลุ่มคนที่กำลังยืนแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์งานศิลป์สักชิ้นหนึ่งในหอศิลป์ ดูเถิด จะไม่ผิดหวังหรอก

ศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์บางคน รวมทั้งศิลปินตลกเดี่ยวไมโครโฟนฝรั่งเศส เช่น โกลุช(ผู้ล่วงลับไปแล้ว) ออกมาพื้นเสีย วิพากษ์วิจารณ์นักวิจารณ์อย่างรุนแรง เช่น โกลุช – Coluch เคยวิจารณ์นักวิจารณ์ไว้ว่า

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

อารมณ์ขัน ประชดประชัน ตามธรรมเนียมฝรั่งเศส




ได้เคยเรียนท่านผู้อ่านไว้ในงานชิ้นอื่นว่า ประเพณีการสนทนาสังสรรค์อย่างไม่เป็นทางการของคนในวัฒนธรรมฝรั่งเศส  เช่น ในระหว่างมิตรสหาย ได้แก่ การพูดจาเสียดสี เหน็บแนม ประชดประชัน หรือแม้กระทั่งพูด “แดก”(ดัน)  หรือกล่าวรวม ๆ ว่า sarcasm  ซึ่งเป็นความประพฤติอันเป็นธรรมดาธรรมชาติของพวกเขา 

อารมณ์ขันก็เช่นเดียวกัน คนฝรั่งเศสก็จะอาศัย การประชดประชัน แดกดัน เสียดสี เหน็บแนม เป็นพื้นของอารมณ์ขัน-แต่ไม่ได้หมายความว่า ชาวฟร็องโกโฟนทั้งหลาย จะมีอารมณ์ชนิดนีัแต่อย่างเดียว

ยูทูบเรื่อง “Comment Avoir Son Bac” หรือ “ทำอย่างไร จะสอบได้วุฒิมัธยมปลาย”  สร้างขึ้นเพื่อให้คำแนะนำนักเรียนที่ไม่เอาถ่าน  การสอบได้วุฒิฯบั้ค หรือประกาศนียบัตรมัธยมปลาย จากกระทรวงศึกษาธิการฝรั่งเศส ถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับชีวิตที่จะมีอนาคตที่ดีต่อไป

วีดีโอเรื่องนี้ เปิดฉากด้วยการปลุกนักเรียนประเภท “การกินการอยู่ ใครไม่สู้พ่อ  การพายการถ่อ พ่อไม่สู้ใคร” ขึ้นมาถามว่า เด็กเปรตจะสอบแล้วยังไม่ได้ดูหนังสือ  เรามีวิธีช่วยให้คุณสอบผ่านฉลุยส์ จะเอาเปล่า  ซึ่งก็ได้รับคำตอบรับอย่างกระตือรือร้น

คำแนะนำเป็นไปอย่างมีขั้นตอน โปรดชมเรื่องราวตามเวลาวีดีโอ ที่ได้กำกับไว้ให้ ครับ

0:35   เริ่มด้วยการเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียน  กวาดอุปกรณ์สัปรังเคทั้งหลายบนโต๊ะทิ้งไป  แล้วเครื่องเขียนเพื่อไปสอบโดยเฉพาะ มาใส่ซองปากกาดินสอ  ซึ่งมียาเสพติด(ผงขาว) และโทรศัพท์มือถือเพื่อโกงสอบด้วย

1:09   เตรียมพลังด้วยอาหารเช้าชนิดปรุงพิเศษ ให้พลังงานสูง เติมนม น้ำส้ม วิสกี้ และวอดก้า

1:42   ถึงหน้าห้องสอบ ทบทวนตำราหนึ่งนาที แบบจัดเต็ม

2:10   วิชามัตเตมาติ้ก--คณิตฯ โกงสอบด้วยเทคนิคเก่าแก่ ถามเอาจากคนใกล้เคียง.....
          ปรากฏว่า มันให้...เค!  โห ขี้งก ไอ้ลูกกะหรี่ (ฟิส-เดอ-ปุ้ด) คำด่าภาษาฝรั่งเศส

2:48   วิชาภูมิ-ประวัติฯ ทำไม่ได้  ให้ใช้วิธีระบายสีบนแผนที่  ไม่ได้จริง ๆ ให้โกงด้วยการใช้มือถือที่เตรียมมา  ปรากฏว่า มือถือมันก็ให้...เค!

3:15   วิชาปรัชญา  วิชานี้โกงยาก

          พอดีปวดฉี่ ขออนุญาตไปฉี่  ขอครั้งแรก-ไม่ได้  ทุบโต๊ะเรียกร้องครั้งที่สอง-อนุญาต

          กลับมาทำข้อสอบวิชาปรัชญา  ไม่รู้จะโกงยังงัย วิชานี้ต้องอาศัยแรงบันดาลใจ  แบบนี้ต้อง         
          พี้ยา...ผงขาว-เฮโรอินที่เตรียมมา ช่วยคุณได้ 

4:49   ประกาศผลสอบ  ได้ที่หนึ่ง! และได้รับเชิญไปทำเนียบขาว

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตอน 3/3 Another day of my life in Bangkok, two years later.

อีกวันหนึ่งของฉันในกรุงเทพฯ สองปีต่อมา

--แดง ใบเล่

[ตอน 3/3]

ผู้เขียนเชื่อว่า คนเราทุกคนต่างมีความรู้สึกผูกพันกับสถานที่บางแห่ง เพราะเราเคยมีประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้น  เรื่องนี้น่าจะเป็นความรู้สึกของสากลโลก ไม่ใช่จำเพาะแต่ผู้เขียน  เราทุกคนอนุรักษ์ความทรงจำอันงดงามเกี่ยวกับสถานที่ ๆ ตนเคยได้รับความอภิรมย์ด้วยอายตนะทั้งหก ซึ่งรวมถึงความรู้สึกสุขใจด้วย 

แต่ในฐานะเด็กต่างจังหวัด ผู้เขียนย่อมมีประสบการณ์กับสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ในลักษณะที่ไม่ซ้ำรอยกับประสบการณ์ของคนที่เกิดมาและเติบโตอยู่ในกรุงเทพฯเอง  เพราะว่าผู้เขียนจะพกพาความทรงจำที่ฝังใจจากชนบท มาคอยวัดเทียบเคียงกับสิ่งที่ตนได้พบ-ประสบ-เห็นในเมืองกรุงเสมอ ทั้งเรื่องดีและเรื่องเลว

สมาคมฝรั่งเศส-กรุงเทพฯ  เป็นสถานที่พิเศษ ซึ่งผู้เขียนจะหาที่ ๆ บ้านชนบทมาเทียบไม่ได้  เพราะว่า สมาคมฝรั่งเศสไม่ใช่โรงเรียนและไม่ใช่วัดหรือสุเหร่า  ทว่าเป็นสถานที่ในอีกมิติหนึ่ง เป็นระนาบใหม่ซึ่งผู้เขียนไม่เคยรู้จักมาก่อน จึงไม่มีประสบการณ์เดิมมาให้เทียบเคียง