open letter no 2

Chicago 2 why Chicago

Chicago 2 ทำไม ผมต้องดัดจริต ฟังวิทยุชิคาโก ด้วย? ๑.    ผมติดนิสัยชอบฟังวิทยุตปท. จากแดนไกลเป็นนิสัยมาแต่มัธยม เพื่อฝึกภาษา ประกอบกับมีผู...

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรัชญาชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรัชญาชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558

หล่อแบบฝรั่งเศส – หล่อโดยไม่ได้ตั้งใจ

ที่จริงเรื่องนี้กินความถึงผู้หญิงด้วย  กล่าวคือผู้หญิงฝรั่งเศสก็สวยแบบ “สวยไม่ได้ตั้งใจ” ได้เหมือนกัน  แต่เนื่องจากความรักสวยรักงามถือว่าเป็นธรรมชาติของหญิงอยู่แล้ว  แม้พวกเธอ “ตั้งใจ” จะทำสวยก็ไม่มีใครเขาถือสา  การที่ผู้หญิงสักคนหนึ่งพยายามจะทำสวย ไม่เป็นประเด็นแห่งการติฉินนินทาหรือวิพากษ์วิจารณ์  เรื่องนี้จะเป็นที่น่าสะดุดอยู่ก็เฉพาะเพศชาย หรือเกย์ก็ได้ คือผู้ชายฝรั่งเศสจะต้องหล่ออย่าง “ไม่ได้ตั้งใจ” เท่านั้น - จึงจะมีค่า  หากคนเขาสังเกตรู้เมื่อไรว่า ชายใด “ตั้งใจ” จะทำหล่อ  เขาผู้นั้นจะราคาตกทันที

ผู้ชายฝรั่งเศสจึงมีภาระในชีวิตอยู่อย่าง  คือทุกขเวทนาอยู่แต่ว่า ทำอย่างไรตัวเองจึงจะหล่อได้ อย่างชนิดแลดูเหมือนกับว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำหล่อ  แล้วถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ก็จะต้องมีท่าทางฉลาดช่างคิด  ซึ่งตรงกันข้ามกับอเมริกันที่ถือกันว่า ถามปุ้บต้องตอบปั้บ จึงจะฉลาดและจริงใจ  สำหรับคนฝรั่งเศสนั้นไม่จำเป็นเลยว่าเมื่อถูกถามปุ้บ เป็นต้องตอบปั้บ  เมื่อถามปุ้บ - อาจแสร้งทำเป็นใช้ความคิดสักนิดแล้วค่อยตอบ จึงจะฉลาด  ส่วนพวกถามปุ้บ ๆ ตอบปั้บ ๆ นั้น ทำบ่อย ๆ เข้า เขาจะเห็นว่าโง่นิด ๆ และปัญญาอ่อนหน่อย ๆ

การพยายามทำหล่ออย่างไม่ได้ตั้งใจนี้  ชายชาวฝรั่งเศสจะต้องเสียเวลา เปลืองพลังงาน และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย มิใช่น้อย ๆ  แต่คนฝรั่งเศสก็จะเรียนรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ

เทศกาลปีใหม่ตกอยู่ในหน้าหนาว  การแต่งเนื้อแต่งตัวของผู้คนก็จะค่อนข้างทึบ ๆ ทึม ๆ เสื้อผ้าต้องหนาเทอะทะขึ้นเพื่อรักษาร่างกายให้อุ่น ป้องกันความหนาวเย็นของลมฟ้าอากาศ  เนื้อตัวและทรวดทรงองค์เอวจะถูกห่อหุ้มมิดชิด  สีเครื่องนุ่งห่มชั้นนอกก็จะใช้สีตุ่น ๆ มืด ๆ เป็นธรรมานุธรรมะปฏิบัติของการแต่งตัวในฤดูนี้  แล้วพวกทำหล่อแบบไม่ได้ตั้งใจ - จะมีทางออกอย่างไร?

นักเขียนชายชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่ง  เขียนหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตและนิสัยใจคอของชาวปารีส  เวลานี้ได้กลายเป็นหนังสือขายดีและถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งนักท่องเที่ยวอเมริกันประเภทปัญญาชน และรักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนรักเสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ จะชอบอ่านระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวในฝรั่งเศส  ในรายการสัมภาษณ์ทางอินเตอร์เนต สตรีชาวอเมริกันผู้หนึ่ง ตั้งคำถามกับนักเขียนชายชาวฝรั่งเศสผู้นั้น ว่า

“คุณช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหม  เวลาผู้ชายฝรั่งเศสเขาผูกผ้าพันคอ เขาทำราวกับว่า(หล่อ)ไม่ได้ตั้งใจ  พวกเขาทำได้อย่างไร?”

นักเขียนฝรั่งเศสผู้นั้น อึกอักเล็กน้อย ได้แต่หัวเราะเกลื่อนกลืน  แล้วพูดว่าผมเข้าใจ--ผมเข้าใจคำถามของคุณว่าคุณหมายความว่าอะไร  แต่แล้วเขาก็ไม่ยอมตอบคำถามที่พยายามเจาะลึกว่าการทำเป็นหล่อแบบไม่ได้ตั้งใจในหน้าหนาว โดยอาศัยศิลปะการผูกผ้าพันคอของชายฝรั่งเศสนั้น เขาทำกันอย่างไร?

ผู้เขียนบทความนี้(แดง ใบเล่)สะเออะคิดว่าตัวเองพอจะรู้ว่า ทำไมนักเขียนฝรั่งเศสผู้นั้นจึงหลีกเลี่ยงเบี่ยงบ่าย ที่จะตอบคำถามแก่สตรีอเมริกัน  ทั้งนี้ก็เพราะว่า ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นความลับระดับชาติของฝรั่งเศส  การเปิดเผยเรื่องนี้เท่ากับกระทำการทรยศต่อชาติ

ข้าพเจ้าผู้เป็นเจ้าของบล็อคนี้ ไม่ใช่คนฝรั่งเศส  เพราะฉะนั้นเพื่อเห็นแก่มิตรรักนักอ่านทั้งหลายผู้ที่ต้องการจะทราบความลับเรื่องการผูกผ้าพันคอแบบหล่อไม่ตั้งใจ  ข้าพเจ้าจะได้นำมาแฉในลำดับต่อไป รับรองว่าจะเปิดเผยหมดเปลือก แฉกันอย่างโจ่งแจ้ง โจ๋งครึ่ม

[ยังมีต่อ--โปรดติดตามอ่านสุดสัปดาห์หน้า ศุกร์ที่ 8 มกรา  59 ครับ]  


ว่ากันคร่าว ๆ ผ้าพันคอมีสองชนิดหลักคือ เอ ช้าฟ  กับ ฟูลา  ชนิดที่เราจะพูดถึงคือผ้าพันคอชนิด เอช้าฟ - écharpe หรือ scarf ในภาษาอังกฤษ ซึ่งชายหรือหญิงก็ใช้ได้ แต่ตามปกติบุรุษจะใช้ผ้าพันคอประเภทนี้มากกว่าสตรี  ผ้าจะมีลักษณะเป็นแถบยาว คล้ายกับสายสะพาย  ส่วน ฟูลา นั้นโดยมากจะเป็นผ้าผู้หญิง มีลักษณะเป็นผืนสี่เหลี่ยม ใหญ่พอสมควร  ผู้ชายบางคนก็ใช้แต่เป็นส่วนน้อย ซึ่งบทความบทนี้จะไม่ขอกล่าวถึง

การพันคอด้วย เอ ช้าฟ ทำได้หลายวิธี สุดแล้วแต่ใครจะพัน หรือจะสักแต่ว่าพัน ๆ หรือพันมั่ว ๆ ก็ไม่มีใครว่า แต่เราจะเน้นวิธีพันคอของพวกทำหล่อเหมือนไม่ได้ตั้งใจ


โปรดชมวีดีโอต่อไปนี้ ประธานาธิบดี ฟร็องซัว ออลล็ง กำลังกล่าวไว้อาลัยผู้เสียชีวิต จากการสังหารหมู่ที่ปารีส เมื่อ 13 ธันวาคม 2558  ให้สังเกตผ้าพันคอสีขรึม กับสังเกตวิธีพันคอของท่านประธานาธิบดี  วิธีพันคอวิธีนี้เป็นการตั้งใจ จงใจ พิถีพิถัน สไตล์เป็นทางการและผู้สูงวัยนิยมทำ  นำมาให้ท่านชมเป็นตัวอย่าง เพื่อประโยชน์ในการเปรียบเทียบ  การพันคอสไตล์นี้เราพบได้ทั่วไปไม่เฉพาะแต่ในงานพิธี  แม้ตามท้องถนนก็มีให้เห็น  ส่วนมากก็มักจะพบในคนอายุราว ๆ สามสิบห้าและกว่านั้น  ส่วนผ้าพันคอก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นสีมืด ๆ เสมอไป



ลิงก์วีดีโอ: https://www.youtube.com/watch?v=lqTtAsiiCFc


วีดีโอถัดไปนี้ แสดงตัวอย่างการพันคอแบบ หล่อไม่ตั้งใจ ของนายดาวิด ลาโรช นักพูดปลุกระดมให้คนสู้ชีวิต เขามีชื่อเสียงในวงการเล็ก ๆ วงการนี้พอสมควรในเวลานี้ ทั้งในฝรั่งเศสและประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส เช่น ในมอรอคโค เป็นต้น  เขาไปขายหลักสูตรฝึกอบรมของเขาที่นั่นด้วย


ลิงก์วีดีโอ: https://www.youtube.com/watch?v=z7b4QQCee24

ในวีดีโอ นายดาวิด ลาโรช กำลังพูดปลุกระดมอยู่หน้าประตูชัย กรุงปารีส  เขามีอะพาร์ตเมนต์และสตูดิโอสำหรับสร้างผลงาน และสร้างหลักสูตรฝึกอบรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ อยู่ไม่ไกลจากประตูชัย  แสดงว่าเขามั่งมีไม่น้อยเลย  มหาเศรษฐีฝรั่งเศสคนหนึ่งมีนิวาสน์สถานอยู่แถว ๆ นั้น คือ มาดาม เดอ รอธชิลด์ เจ้าของโรงบ่มไวน์ เดอ รอธชิลด์ เหล้าไวน์ของเธอราคาขวดละหลายบาท – ถ้าคิดเป็นเงินไทย  สำหรับนายดาวิด ลาโรช นั้น ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าคุณปู่ของเขาเป็นเจ้าของห้างสินค้าไฮแฟชั่น ยี่ห้อ “กี ลาโรช”  เรื่องนี้จะเท็จจริงอย่างไร ไม่ขอรับรอง

นายดาวิด ลาโรช เป็นคนหน้าตาธรรมดา เพราะฉะนั้น การพันคอและแต่งตัวแบบหล่อไม่ตั้งใจ จะช่วยให้เขาดูดีกว่าธรรมดา  เสื้อแจ็คเกตสีมืดที่สวมอยู่ ท่านที่สนใจเรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัวทั้งหลาย ดูก็รู้ว่าต้องเป็นสินค้าไฮแฟชั่น ไม่ใช่โบ้เบ้ (ประโยคหลัง พูดถึงมิติของเสื้อผ้า ใช้ภาษาต่างประเทศทั้งหมด ไม่มีภาษาไทยเลย ทั้งคำว่า “ไฮแฟชั่น” และ “โบ้เบ้”)

ผ้าพันคอที่ใช้ มีสีน้ำเงินเข้ม ขรึมเข้ากับแจ็คเกตก็จริงอยู่  แต่ท่านก็จะเห็นว่า มีเหลื่อมสีขาวหม่นปนอยู่ด้วย  สำหรับชายชาวฝรั่งเศส - ผ้าพันคอบ่งบอกถึงบทกวี ความเป็นเจ้าบทเจ้ากลอน ตัวผ้าพันคอนั้นเองเกือบจะเหมือนบทกวีหนึ่งบท  สำหรับหญิงฝรั่งเศสผ้าพันคอคือความงามอันนิรันดร์ ความงามที่เป็นอกาลิโก  ชายและหญิงฝรั่งเศสรัญจวนใจกับการที่ปลายผ้าพันคอของตน จะปลิวสะบัด หวั่นไหวไปตามลมหนาวอันแปรปรวน และทรมานใจของนครปารีส

โปรดสังเกตลักษณะการพันคอของนายดาวิด ลาโรช ซึ่งไม่เหมือนกับวิธีพันคอของประธานาธิบดี ออลล็ง ในวีดีโอก่อนหน้า  นายดาวิด ลาโรชแสดงตัวอย่างแบบฉบับของการพันคออย่างหล่อไม่ได้ตั้งใจและหล่อไม่รู้ตัว ของชายชาวฝรั่งเศส -- ที่สตรีอเมริกันผู้นั้นถามถึง

ท่านผู้อ่านสตรีที่ใช้ผ้าพันคอชนิด เอช้าฟ ในหน้าหนาวเมืองไทย  ท่านก็สามารถพันคอสไตล์นี้ได้เหมือนกัน  แม้อาจจะทำให้ท่านไม่ดูหวานอย่างการพันคอด้วยผ้าพันคอชนิด ฟูลา  คือถ้าใช้เอช้าฟพันคอในหน้าหนาวนี้ ท่านจะเสนอตัวต่อโลกออกไปในแนวสตรีปัญญาชน มีการศึกษาสูง หรือผู้บริหารกิจการชนิดลุย ๆ หรือทำงานบริษัทโฆษณาสินค้ามวลชน หรือนักประชาสัมพันธ์ที่เดินสายไปกับรถโฆษณาขายเครื่องดื่มชูกำลัง ตะลอน - ตะลอน ไปตามทางหลวงชนบทในหน้าหนาว หรือนักบำเพ็ญประโยชน์ไปแจกผ้าห่ม หรือเป็นนักเขียนสารคดีท่องเที่ยว นักหนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์ นักเขียนบล็อค นักต่อสู้(กับเตี่ย)เพื่อสิทธิมนุษยชน(สิทธิสตรี) หรืออะไรประมาณนั้น  สไตล์ของท่านจึงจะไม่ใช่พริตตี้ขายรถยนต์อยู่ในโชว์รูม

เอ้ะ แล้วเขามีวิธีพันคอกันอย่างไร? 

[ยังมีต่อ – สนใจโปรดติดตามสุดสัปดาห์หน้า ศุกร์ที่ 15 มค. 59 ขอบคุณครับ]

เรื่องนี้ท่านผู้อ่านหลาย ๆ ท่านอาจจะทราบอยู่แล้ว  แต่ก็อาจจะยังมีอีกบางท่านที่ไม่สนใจเรื่องผ้าพันคอมาก่อน  ไม่ค่อยจะได้ใช้ผ้าพันคอเพราะเป็นคนงัยไม่รู้-สุขภาพดี ไม่เคยเป็นหวัดเจ็บคอกับใครเขาหรอก  แม้หน้าหนาวก็ไม่ต้องป้องกันบริเวณลำคอ เพราะเป็นคน “คอแข็ง” ซะอย่าง  ท่านเหล่านั้นอาจจะยังไม่ทราบ ว่าเขาใช้พันคอกันอย่างไร ดังนั้น วีดีโอต่อไปนี้ เด็กฝรั่งเศสคนหนึ่ง จะแสดงวิธีพันคอสไตล์หล่อไม่ตั้งใจ เช่นที่นายดาวิด ลาโรช พันอยู่นั้น ให้ท่านได้ชมและท่านจะได้ทราบ

ในยามที่ดินฟ้าอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าแม้จะตกต้องตามฤดูกาล แต่ตกมากบ้างน้อยบ้าง โลกเรากำลังตกอยู่ในภาวะโลกสะบัดร้อน ธรณีสะบัดหนาว พสุธาสะบัดสะบิ้ง และบางทีเย็นยะเยือก มีน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง หวยออกไม่ตรงกับเลขเด็ดของอาจารย์ดัง  วีดีโอลำดับถัดไปนี้อาจเป็นประโยชน์อย่างมากต่อท่านก็ได้ ใครจะรู้

ที่เวลาวีดีโอ 0143น้องเขาฉวยผ้าพันคอ มาพันคอ

1)   พับผ้า ทบเข้าครึ่งหนึ่ง เวลา 0144
2)   พันรอบคอ เวลา 0145
3)   สอดมือผ่านบ่วง เข้ามาฉวยปลายผ้าอีกด้านหนึ่งลากผ่านบ่วงออกมา กลายเป็นปมใหญ่
4)   กระชับผ้าให้เข้าที่ รอบคอ เป็นอันเสร็จพิธีเวลา 0146

สรุปว่า ท่านจะเห็นน้องเขาพับผ้าครึ่งหนึ่ง แล้วพาดหลังคอ  ด้านหน้าข้างหนึ่งจะมีบ่วง แล้วสอดชายผ้าอีกด้านหนึ่งเข้าไปในบ่วง กลายเป็นปมขนาดเขื่อง นี่เป็นวิธีพันคอแบบหล่อไม่ตั้งใจที่นักเขียนชายชาวฝรั่งเศสผู้นั้น ไม่ได้ตอบคำถามซึ่งสตรีชาวอเมริกันถามมา  อันเป็นวิธีง่าย สะดวก รวดเร็ว และผลที่ได้ เท่ห์




ลิงก์วีดีโอ :https://www.youtube.com/watch?v=2WpgHj-x4rU

โปรดสังเกตวิธีพันคอด้วยว่า  บ่วงสำหรับสอดชายผ้านั้น ท่านจะทำบ่วงพาดมาจากไหล่ด้านซ้ายมือของท่าน(รูป 2 และ 3) หรือพาดจากไหล่ด้านขวามือของท่าน(รูป 1)ก็ได้ สุดแล้วแต่ว่าท่านจะเห็นว่าด้านไหนจะดูดีสำหรับท่านในวันนั้น เช่นเหมาะแก่ลายและสีสันของผ้าพันคอผืนนั้น หรือเสื้อผ้าที่สวมใส่ หรืออารมณ์ของท่านในเวลานั้น  ครั้นได้กระชับ ขยับ ผ้าพันคอเข้ารูปดีแล้ว ท่านจะลองขยับให้บ่วงกับชายผ้าที่ห้อยลงมานั้น ให้อยู่ด้านไหนของใบหน้าก็ได้อีก  สำหรับท่านที่หน้ากลมเป็นวงเดือน ถ้าขยับให้บ่วงหรือปมผ้าพันคอมาอยู่ตรงกลางใต้คาง ก็อาจจะทำให้ใบหน้าท่านดูเป็นรูปไข่มากขึ้นก็ได้ เป็นต้น

ต่อไปเป็นภาพนายแบบ หล่อไม่ตั้งใจด้วยผ้าพันคอ สามนายสามวัย















อย่างไรก็ดี บางท่านอาจเห็นว่านั่นเป็นเรื่องของพวกนายแบบและเรื่องของคนฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียง  แล้วในโลกแห่งความเป็นจริง ในชีวิตจริงล่ะ?  สไตล์การพันคอแบบนี้ ได้รั่วไหลออกไปนอกประเทศฝรั่งเศส ไปยังคนในที่อื่น ๆอย่างไรบ้าง?


[ยังมีต่อ -- สนใจโปรดติดตามสุดสัปดาห์หน้า ครับ]

ผู้ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชนบท เช่นผู้เขียนเป็นต้น ก็มักจะมีผ้าขาวม้าคนละสองสามผืนกันอยู่แล้วฤดูหนาวนี้ท่านสามารถใช้ผ้าขาวม้าผืนหนึ่งเป็นผ้าพันคอชนิด เอช้าฟ ได้เป็นอย่างดี  เมื่อฉวยผ้าขาวม้ามาผืนหนึ่งหมายความว่าไม่ใช่ผืนที่กำลังนุ่งอยู่นะ มาพันคอตามสไตล์หล่อไม่ตั้งใจเรียบร้อยแล้ว ท่านจะดูดีมีราคากลายเป็นไม่ธรรมดา ขึ้นมาทันที  ทั้ง ๆ ที่ตัวจริงท่านอาจจะยังเป็นสินค้ามือสองตลาดโรงเกลือเหมือนเดิม 

หากเป็นหมู่บ้านชนบททางภาคใต้ ท่านก็สามารถนุ่งโสร่งแล้วพันคอสไตล์หล่อไม่ตั้งใจ ออกจากบ้านในสวนลองกองของท่าน แล้วเดินไปเดินมาในหมู่บ้าน หัวบ้านจดท้ายบ้าน สาวแก่แม่หม้ายทั้งหลายในหมู่บ้าน จะเมียงมอง วาบหวิว ปั่นป่วน และไม่เข้าใจตัวเอง ว่าทำไมท่านจึงดูหล่อราวกับไม่ได้ตั้งใจได้อย่างนั้น และพวกเธอทั้งหลายก็จะไม่รู้วิธีใช้ผ้าพันคอ(ผ้าขาวม้า)ของท่าน  เพราะเคยเห็นแต่คนเขาใช้ผ้าขาวม้าคาดเอว  และต่างก็จะพากันพิศวง กระสันถึง(เขียนเว่อเปล่าไม่รู้?)ว่าท่านทำได้อย่างไร

ในหนังสือเรื่อง เจ้าชายน้อย  ที่หลาย ๆ ท่านได้อ่านเมื่อนานมาแล้ว หากท่านกลับไปพลิกดูใหม่ก็จะพบว่า ภาพประกอบตัวการ์ตูนเจ้าชายน้อย จะมีอยู่หลายภาพที่เจ้าชายน้อยมีผ้าพันคอและชายผ้าปลิวไสวไปตามสายลม  บัดนี้ท่านทราบแล้วว่าทำไมเจ้าชายน้อยจะต้องมีผ้าพันคอ และทำไมผ้าพันคอต้องปลิวไปตามสายลมด้วย  แต่ว่าก่อนนี้ ท่านก็รู้ ไม่ใช่ไม่รู้ ว่าชายผ้าพันคอที่สะบัดไปตามสายลม คือบทกวี คืออารมณ์ที่หวั่นไหว คือความทรมานใจ คือความงามอันเป็นอกาลิโก  แต่ท่านทราบโดยที่ไม่รู้ตัว รู้โดยที่ไม่ได้ตั้งสติ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ว่าตัวเองกำลังต้องมนตร์อะไร

“ไรวัน ปูโล กะละปา”  เป็นเพลงที่เคยลากลิงก์ไปโพสต์ที่หน้าเฟสบุคของผู้เขียน หลายต่อหลายครั้งตลอดปีก่อนเวอร์ชันที่ลากไปนั้น นักร้องอินโดเนเซีย นายดิโอนิซุสอากุง หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า ดิโอน อากุง เป็นผู้ร้อง  คราวนี้ได้ลากมิวสิควีดีโอมาฝัง(เอ็มเบด)ที่หน้าบลอค แต่มิใช่ด้วยเหตุผลเรื่องเพลงหรือการร้องเพลง  หากว่าเป็นด้วยเหตุผลเรื่องการใช้ผ้าพันคอ

ในมิวสิควีดีโอตอนที่ถ่ายทำบนยอดเขา(กุหนุง) ซึ่งอากาศหนาวเย็น ดิโอน อากุง จะใช้ผ้าพันคอ  แต่ถ้าเป็นฉากบนพื้นราบซึ่งเราจะแลเห็นยอดมะพร้าว(กะละปา) หรือที่ชายทะเล(ปันไต)  เขาจะไม่มีผ้าพันคอ(สยาล)เพราะอากาศมันหนาวกะผีอะไรล่ะจะอย่างไรก็ดี นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่จะเขียนถึง(คำว่า ประเด็น – ภาษาอินโดฯว่างัยก็ไม่ทราบ ยังเรียนไม่ถึง)

ประเด็นอยู่ที่ว่า ท่านผู้อ่านบางท่านที่เคยคลิกชมมิวสิควีดีโอตั้งแต่ต้นจนจบ มัวแต่ฟังเพลงที่เขาร้อง  ท่านเคยสังเกตบ้างหรือไม่ว่านักร้องผู้นี้พันคอด้วยสไตล์อะไร? 



ลิงก์วีดีโอ:https://www.youtube.com/watch?v=zvPgjc982jU

ท่านผู้อ่านที่เพิ่งคลิกชมวีดีโอเพลงข้างบนจบลง  คงไม่ต้องการให้ผู้เขียนย้ำให้เป็นที่น่าเบื่อหน่าย  เพราะบัดนี้ ท่านทราบด้วยตนเอง เห็นกะตา แล้วว่านักร้องอินโดเนเซียผู้นี้ ก็เป็นอีกคนหนึ่งนอกประเทศฝรั่งเศส  ที่มีรสนิยมการใช้ผ้าพันคอในลีลา หล่อไม่ตั้งใจ

แล้วตัวท่านผู้อ่านเองล่ะ?หน้าหนาวนี้ -- และปีใหม่นี้ ท่านตัดสินใจแล้วหรือยังว่าจะยังยึดมั่นถือมั่นอยู่กับสภาพหล่อไม่เสร็จ-ดังเดิม โดยที่หล่อไม่เสร็จ แปลว่า หล่อกะผีที่ไหนล่ะ  หรือว่าท่านจะเปลี่ยนวิถีชีวิตไปสู่จินตนาการใหม่ ในแนวหล่อไม่ตั้งใจ?






แดง ใบเล่

ธันวาคม 25, 58

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

อารมณ์ขัน ประชดประชัน ตามธรรมเนียมฝรั่งเศส




ได้เคยเรียนท่านผู้อ่านไว้ในงานชิ้นอื่นว่า ประเพณีการสนทนาสังสรรค์อย่างไม่เป็นทางการของคนในวัฒนธรรมฝรั่งเศส  เช่น ในระหว่างมิตรสหาย ได้แก่ การพูดจาเสียดสี เหน็บแนม ประชดประชัน หรือแม้กระทั่งพูด “แดก”(ดัน)  หรือกล่าวรวม ๆ ว่า sarcasm  ซึ่งเป็นความประพฤติอันเป็นธรรมดาธรรมชาติของพวกเขา 

อารมณ์ขันก็เช่นเดียวกัน คนฝรั่งเศสก็จะอาศัย การประชดประชัน แดกดัน เสียดสี เหน็บแนม เป็นพื้นของอารมณ์ขัน-แต่ไม่ได้หมายความว่า ชาวฟร็องโกโฟนทั้งหลาย จะมีอารมณ์ชนิดนีัแต่อย่างเดียว

ยูทูบเรื่อง “Comment Avoir Son Bac” หรือ “ทำอย่างไร จะสอบได้วุฒิมัธยมปลาย”  สร้างขึ้นเพื่อให้คำแนะนำนักเรียนที่ไม่เอาถ่าน  การสอบได้วุฒิฯบั้ค หรือประกาศนียบัตรมัธยมปลาย จากกระทรวงศึกษาธิการฝรั่งเศส ถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับชีวิตที่จะมีอนาคตที่ดีต่อไป

วีดีโอเรื่องนี้ เปิดฉากด้วยการปลุกนักเรียนประเภท “การกินการอยู่ ใครไม่สู้พ่อ  การพายการถ่อ พ่อไม่สู้ใคร” ขึ้นมาถามว่า เด็กเปรตจะสอบแล้วยังไม่ได้ดูหนังสือ  เรามีวิธีช่วยให้คุณสอบผ่านฉลุยส์ จะเอาเปล่า  ซึ่งก็ได้รับคำตอบรับอย่างกระตือรือร้น

คำแนะนำเป็นไปอย่างมีขั้นตอน โปรดชมเรื่องราวตามเวลาวีดีโอ ที่ได้กำกับไว้ให้ ครับ

0:35   เริ่มด้วยการเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียน  กวาดอุปกรณ์สัปรังเคทั้งหลายบนโต๊ะทิ้งไป  แล้วเครื่องเขียนเพื่อไปสอบโดยเฉพาะ มาใส่ซองปากกาดินสอ  ซึ่งมียาเสพติด(ผงขาว) และโทรศัพท์มือถือเพื่อโกงสอบด้วย

1:09   เตรียมพลังด้วยอาหารเช้าชนิดปรุงพิเศษ ให้พลังงานสูง เติมนม น้ำส้ม วิสกี้ และวอดก้า

1:42   ถึงหน้าห้องสอบ ทบทวนตำราหนึ่งนาที แบบจัดเต็ม

2:10   วิชามัตเตมาติ้ก--คณิตฯ โกงสอบด้วยเทคนิคเก่าแก่ ถามเอาจากคนใกล้เคียง.....
          ปรากฏว่า มันให้...เค!  โห ขี้งก ไอ้ลูกกะหรี่ (ฟิส-เดอ-ปุ้ด) คำด่าภาษาฝรั่งเศส

2:48   วิชาภูมิ-ประวัติฯ ทำไม่ได้  ให้ใช้วิธีระบายสีบนแผนที่  ไม่ได้จริง ๆ ให้โกงด้วยการใช้มือถือที่เตรียมมา  ปรากฏว่า มือถือมันก็ให้...เค!

3:15   วิชาปรัชญา  วิชานี้โกงยาก

          พอดีปวดฉี่ ขออนุญาตไปฉี่  ขอครั้งแรก-ไม่ได้  ทุบโต๊ะเรียกร้องครั้งที่สอง-อนุญาต

          กลับมาทำข้อสอบวิชาปรัชญา  ไม่รู้จะโกงยังงัย วิชานี้ต้องอาศัยแรงบันดาลใจ  แบบนี้ต้อง         
          พี้ยา...ผงขาว-เฮโรอินที่เตรียมมา ช่วยคุณได้ 

4:49   ประกาศผลสอบ  ได้ที่หนึ่ง! และได้รับเชิญไปทำเนียบขาว

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

MEDITATION โครงการ เขียนหนังสือ เกี่ยวกับการทำสมาธิ (ตอน 2) ปราณ-ลมแห่งชีวิต


ตอน ๒ ปราณ...ลมแห่งชีวิต



ก็เพราะเธอคือลมหายใจ
เธอคือทุกสิ่ง
จะให้ทิ้งอะไร  ก็ยอมทุกอย่าง

จากเพลง “ลมหายใจ”
ศิลปิน - บอย โกสิยพงษ์




ตามคัมภีร์พระเวท
ลมปราณ หรือลมแห่งชีวิตเป็นเรื่องใหญ่ 
ซึ่งในที่นี้ ผู้เขียนไม่อาจที่จะเอื้อม กล่าวถึงได้โดยสมบูรณ์ 
เพียงแต่จะจับเรื่องของ “ปราณ”  ในฐานะลมหายใจของคนเท่าที่ค้นคว้าได้
มาเรียบเรียง แบ่งปัน กับท่านผู้อ่าน 

ลมหายใจเป็นเรื่องสำคัญ ที่เรา—คนสมัยใหม่ทุกคน
จะต้องคิดอ่านแก้ไขปรับปรุง
เพื่อตนเอง 

ทั้งนี้ ก็ด้วยเหตุผลเล็ก ๆ ที่ใครเลยจะปฏิเสธได้  ว่า 

ไม่มีใคร จะหายใจแทนเราได้..... 

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

MEDITATION โครงการ เขียนหนังสือ เกี่ยวกับการทำสมาธิ (ตอน 1)


โอม ม ม.....


          คนในชมพูทวีป  รู้จักผ่อนลมหายใจ
เพื่อพักผ่อนร่างกายและจิตใจ  ตลอดจนเพื่อความสงบระงับและเพื่อพิจารณาชีวิต  เรื่องนี้ปฏิบัติกันมานานกว่าสองพันห้าร้อยปี  และแพร่หลายเข้ามาในแผ่นดินที่เป็นประเทศไทยปัจจุบัน เมื่อประมาณสองพันปีที่แล้ว ในยุคที่นักประวัติศาสตร์เรียก ว่า ยุคก่อนทวารวดี – proto ทวารวดี

ในโลกวันนี้  หมู่คนตะวันตก – พวกฝรั่ง จำนวนหนึ่งพบว่าการรู้จักหายใจอย่างมีสติ เป็นบทเรียนฝึกจิต ซึ่งก็ได้กลายเป็นกิจกรรมยุคใหม่ ทันสมัย และแพร่หลายสำหรับสามัญชนคนกินแฮมเบอร์เกอร์ธรรมดา ๆ ไม่ใช่สำหรับพวกฮิปปี้ หรือพวกคนชายขอบ อย่างเช่นในอดีต 

นิตยสารไทม์ – สื่อสิ่งพิมพ์แนวพรรครีพับบลิกัน ซึ่งหมายความว่า แนวอนุรักษ์ของอเมริกันแปลต่อไปได้อีกว่า เป็นแนวที่จะยอมรับสิ่งแปลกปลอมยาก ฉบับเดือนสิงหาคม ค.ศ.2003/ พ.ศ.2546  ขึ้นหน้าปก ว่าด้วยวิทยาศาสตร์แห่งการทำสมาธิ  นอกจากนั้นวารสารของบัณฑิตยสถานวิทยาศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา(the National Academy of Sciences of the United States of America) ที่นับถือในหมู่ผู้รู้ว่า จะเผยแพร่งานค้นคว้าวิจัยชั้นยอดเท่านั้น  ก็ได้เริ่มตีพิมพ์เผยแพร่บทความงานวิจัย เกี่ยวกับการทำสมาธิไว้ตั้งแต่ปี 2004/2547 เป็นต้นมา  นับว่านมนานกาเลสุด ๆ เลย สำหรับโลกเดี๋ยวนี้  ที่นับเวลากันเป็นเศษเสี้ยวธุลีอสงไขยของวินาที ด้วยนาโนเทคโนโลยี  ไม่รู้ว่าเขียนเยิ่นเย้อฟุ่มเฟือยไปเปล่า นะนั่น      

วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ปูชนียบุคคล ผู้วางรากฐานรองรับอารยธรรม

”มนุษย์คนแรกสุด จะเป็นใครก็ตาม ที่ละเมิดเพื่อนมนุษย์ด้วยคำสบถ แทนที่จะปรี่เข้าไปใช้ท่อนไม้ตีกบาลจนสมองกระจุย  พึงถูกจารึกชื่อไว้ว่าเป็นปูชนียบุคคล--ผู้วางรากฐานรองรับอารยธรรม”  --จอห์น โคเ็ฮน 1965
                                                                          
 
"The man who first abused his fellows with swear words, instead of bashing their brains out with a club, should be counted among those who laid the foundations of civilization."   --John Cohen, 1965


ปรัชญา – ของประโยคข้างบน
ปรัชญาในที่นี้ หมายความว่า พิจารณาด้วยเหตุผล

ประพันธ์สรรพนาม “who”  ที่นำหน้าอนุประโยค who first abused his fellows with swear words  อ่านเผิน ๆ เราอาจจะนึำกว่าใช้ “that”  แทนเสีย ก็น่าจะได้ 

วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2557

วิธีที่จะ “ไม่ทำอะไร.....”

         การที่จะ “ไม่ทำอะไร”  ซึ่งเราตั้งใจจะทำหรือจำเป็นต้องทำหรือมีหน้าที่ต้องทำนั้น มีหลายวิธี  การที่ท่านจะ “ไม่ทำอะไร” ท่านต้องมีความคิดอ่านสร้างสรรค์และรังสรรค์ โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องคิดมากหรืออ่านมาก  แค่คิดเพียงนิดเดียวท่านก็สามารถที่จะ “ไม่ทำอะไร” ได้

           เช่น ในหมู่บ้านผมที่ปักษ์ใต้ ทุกวันนี้คนยังใช้เตาถ่านกันอยู่ รวมทั้งที่บ้านผมเองด้วย  การใช้เตาถ่านเป็นเรื่องสไตล์ความพึงพอใจส่วนตัว ไม่ใช่ความล้าหลังหรือความขัดสนหรือความคิดจะอนุรักษ์  แต่มีคนจำนวนมากหันไปใช้เตาแก้ส  โดยที่เพื่อนต่างหมู่บ้านคนหนึ่งนั้น เขาก็ไม่ได้ศึกษาหาความรู้เรื่องการใช้เตาแก้สอย่างเพียงพอ  รู้เลา ๆ พอเข้าใจ รู้มากทำไม รู้ไปก็ไร้ผล – เขาคิดอย่างนั้น  และเขาก็ได้ใช้สภาพจิตคนใช้เตาถ่าน มาปรับเข้ากับการใช้เตาแก้ส  ซึ่งเตาแก้สของเขาเป็นเตาชนิดวางอยู่บนถังแก้สแคมปิงลูกเล็ก ที่สามารถหุงต้มบนถังแก้สได้เลยโดยตรง  คล้าย ๆ กับแกงไตปลาอยู่บนระเบิดนาปาล์ม  ประมาณนั้น