open letter no 2

Chicago 2 why Chicago

Chicago 2 ทำไม ผมต้องดัดจริต ฟังวิทยุชิคาโก ด้วย? ๑.    ผมติดนิสัยชอบฟังวิทยุตปท. จากแดนไกลเป็นนิสัยมาแต่มัธยม เพื่อฝึกภาษา ประกอบกับมีผู...

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เจตนาวิบัติ-ฆาตกรรมกับบทกวี ตอนสอง


          สรุปข้อคิดจากตอนที่หนึ่ง -- นักวิจารณ์วรรณศิลป์ นายอานันทะ กุมาระสวามี เห็นว่า งานศิลป์ก็เหมือนกับ การฆาตกรรม  กล่าวคือ เจตนาของศิลปินเจ้าของงานเป็นข้อมูลขั้นมูลฐาน ที่จะบ่งชี้ว่า บทกวีบทนั้น หรืองานศิลป์ชิ้นนั้น จะมีคุณค่า มีความหมาย และสัมฤทธิ์ผลอย่างมีศิลปะหรือไม่ แค่ไหน อย่างไร

          ผู้พิจารณา-วิเคราะห์-วิจารณ์งานศิลป์ ก็เหมือนกับผู้พิพากษาที่จะต้องรู้เจตนาของฆาตกร เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินคดีฆาตกรรม  หรือในกรณีงานศิลป์-ก็เพื่อวิเคราะห์วิจารณ์ตัดสินงานศิลป์ 

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

David Lipman H.E.,

David Lipman H.E., Professor Timothy Garton Ash, H.E. Tjaco Van Den Hout, Dr. David Streckfuss, Mr. Augustiํn Hidalgo, Mr. Peter Mark Thomsen, Mrs. Véronique Arnault, Ms. Matilda Bogner,

                                                                              June 26, 2013

Sirs,

          Isn’t it exactly 127 days after you, H.E. David Lipman, on the 31st of January, 2013, as Head of EU delegation in Thailand had organized a conference on Freedom of speech and Liberty of expression at Dusit Thani hotel in central Bangkok, that Mr. Ekayuth Anchanbutr a forerunner of Thailand’s free speech practitioners was abducted, coerced to write a check of five million bahts, and strangled to the agony of death?

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ฆาตกรรม กับ บทกวี -ตอนหนึ่ง

-ข้อเขียนนี้ ไม่มีให้ท่านอ่านที่ไหน ทั่วทั้งจักรวาลอินเตอร์เนต
มีที่นี่(ที่บลอกนี้)ที่เดียว ณ 14 มิถุนายน 2556
-และไม่สงวนสิทธิ์

                                                                   เดฟ นาพญา -ผู้เขียน


          ตามประมวลกฎหมายอาญา บุคคลจะต้องรับผิดทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา  และท่านได้นิยามการกระทำโดยเจตนาไว้ด้วย ว่า เป็นการกระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำ และขณะเดียวกันผู้กระทำก็ประสงค์ต่อผลของการกระทำนั้น เช่น ฆ่าคนตายโดยมีเจตนากระทำการฆ่าคน และประสงค์ให้เขาตาย เป็นต้น   

          ในภาษาไทยนั้น คำว่า “เจตนา” เป็นคำใหญ่โตลึกซึ้งและกว้างขวาง  ปรากฎอยู่ทั่วไปไม่เฉพาะเรื่องกฎหมาย เช่น อยู่ในเนื้อเพลงสมัยใหม่ว่า ไม่ได้เจตนา-ไม่ได้เจตนา  เป็นต้น  และใช้อยู่ในคำขอโทษขอโพยกับการกระทำความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อมิตรสหายในชีวิตประจำวัน  นอกจากนั้้น ผู้เขียนยังมีรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่า ซึ่งท่านเป็นนักอักษรศาสตร์ที่มีชื่อเสียง เคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะอักษรศาสตร์ ท่านชื่อ เจตนา นาควัชระ 

ความสำคัญของคำว่า เจตนา ในภาษาไทยน่าจะมาจากพุทธภาษิตที่ว่า “เจตนานั่นแหละเป็นกรรม”  ซึ่งเป็นการสรุปตัดตอนจากพุุทธพจน์ที่ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่า เจตนานั่นแหละเป็นกรรม  เมื่อมีเจตนาแล้ว บุคคลย่อมกระทำกรรมโดยทางกาย วาจา ใจ”

วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ฆ่านายกหญิงฯ ไม่บาป? กรณีของจันทริกา กุมาระตุงคะ ถูกสังหารต่อหน้า(ไม่ได้ลอบฆ่า)

ลอบสังหาร-ชะตากรรมนักการเมืองสตรีเอเชีย
จันทริกา กุมาระตุงคะ  ตอน 1/2
--อดีตประธานาธิบดีศรีลังกา รอดตาย แต่เสียตาข้างขวา

                                                                                 ปรีชา ทิวะหุต(แดง ใบเล่) ผู้ก็อป-ลอก-และเรียบเรียง

 “ซิ อ็อง โป”  ที่ปารีส สถาบันศึกษาการเมือง มีชื่อของฝรั่งเศส กับเวลาหลายปีที่นั่น ทำให้ จันทริกา กุมาระตุงคะ  คล่องแคล่วทั้งภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ และสิงหล เธอเป็นนักศึกษาต่างชาติผู้หนึ่ง ที่มีประสบการณ์จริงจัง กับขบวนการนักเรียนนักศึกษา ระหว่างที่ฝรั่งเศส เกิดขบถนักเรียนปี 1968

จบจาก “ซิ อ็อง โป” แล้วเข้าเรียนปริญญาเอก สาขาพัฒนาการเศรษฐกิจ ที่มหาวิทยาลัยปารีส จันทริกา พักการศึกษาเดินทางกลับลังกา ทำงานเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ต่อมา ระหว่างที่คุณแม่เป็นนายกรัฐมนตรีรอบที่สอง และกำลังปฏิรูปประเทศและเศรษฐกิจ จันทริกา เข้าทำงานการเมืองเต็มตัว คุณพ่อของเธอ นายพันธระไนยเก บางทีเขียนภาษาไทยว่า บันดาราไนเก ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่สี่ของลังกา ถูกภิกษุ-คนสิงหล-รูปหนึ่งลอบสังหาร คุณแม่ของเธอ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสืบต่อ คุณแม่ของเธอสร้างประวัติศาสตร์ เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของโลก ในส่วนของจันทริกานั้น ประสบการณ์การศึกษาของเธอได้ลบคำสบประมาท ที่พวกกลุ่มคนช่างเกลียด(เฮตเตอร์) เคยกล่าวหาคุณแม่ว่า เป็นเพียงหญิงจากก้นครัว หรือ “คิทเช่น วูแมน” ไม่มีความรู้ความคิดอะไร ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯ

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ฆ่านางสาวนายกฯ - ไม่บาป? กรณีของ เพนะซีระ ภุทโท (बेनज़ीर भुट्टो)

นางสาวเพนะซีระ ภุทโท बेनज़ीर भुट्टो  ตอน 1/3
เมื่อ นายกรัฐมนตรีหญิง ถึงคิวฆ่า



ก่อนที่เธอ จะถูกสังหาร

นางสาว เพนะซีระ ภุทโท ( बेनज़ीर भुट्टो ) ได้แสดงความจำนง ขอความคุ้มครองเพิ่มขึ้น จากรัฐบาลสองรัฐบาล คือรัฐบาลปากีสถานและรัฐบาลสหรัฐฯ คำร้องขอของเธอ ระบุด้วยว่า เธอต้องการ การคุ้มครองจากกิจการอารักขาบุคคลสำคัญ ของธุรกิจรปภ.ที่มีชื่อเสียงในสหรัฐฯบริษัทหนึ่ง หรือกิจการรปภ.ที่มีชื่อเสียงในอังกฤษบริษัทหนึ่ง กิจการใดกิจการหนึ่งก็ได้  ผลปรากฏว่า ทั้งรัฐบาลปากีสถานและรัฐบาลสหรัฐฯ ปฎิเสธคำขอของเธอ

หลังจากที่เธอถูกสังหาร องค์การสหประชาชาติ ได้ดำเนินการสืบสวนคดีอาชญากรรม ตามคำขอของรัฐบาลปากีสถาน โดยมีร.ม.ต.มหาดไทย นายเรมัน มาลิก เป็นเจ้าความคิดต้นเรื่อง สหประชาชาติแต่งตั้ง เอกอัครราชทูตชิลีประจำองค์การสหประชาชาติ เป็นหัวหน้าคณะ มีอดีตอัยการสูงสุดของอินโดเนเซีย และอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่จากประเทศไอร์แลนด์ เป็นสมาชิกในทีมงาน

คณะสืบสวนดังกล่าว รายงานว่า “การฆาตกรรม นางสาว เพนะซีระ ภุทโท สามารถหลีกเลี่ยงได้ ถ้ามีการรักษาความปลอดภัย อย่างเพียงพอ”

และ ยังระบุเน้นอีก ว่า “...แต่การรักษาความปลอดภัย ที่รัฐบาลปากีสถาน จัดอารักขา นางสาวภุทโท นั้น บกพร่องอย่างมาก และไร้ประสิทธิภาพอย่างยิ่ง”

ธุรกิจ “น้ำดำ”     

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ฆ่านายกฯหญิง-ไม่บาป กรณีของ อินทิรา ปริยัทรศินี คานธี

สังหารโหด นักการเมืองสตรีเอเชีย
(อินทิรา ตอน 1/3 อึ้งกิมกี่)
The murder of woman politicians in Asia กรณีของ
इंदिरा प्रियदर्शिनी गांधी  - อินทิรา ปริยัทรศินี คานธี 


อึ้งกิมกี่  ถึงแก่อึ้งกิมกี่  

เมื่อรู้ว่าลูกสาว จะแต่งงานกับแขกปาร์ซีค่อนข้างจะโนเนมผู้หนึ่ง ชวาหระลาล เนห์รู ซึ่งเป็นนักการเมืองชั้นแนวหน้า กำลังรุ่ง ผู้เคลื่อนไหวด้วยวิธีอหิงสา เพื่ออิสรภาพอินเดียอยู่ในเวลานั้น จึงได้ติดต่อกับครูใหญ่ของท่าน คือ มหาตมะ คานธี นามสกุลซ้ำกันกับฝ่ายผู้จะมาเป็นเจ้าบ่าว แต่มิได้เป็นเครือญาติกันแต่ประการใด ขอให้ช่วยที ให้สองคนนี้เปลี่ยนใจ แต่ว่า โอ ศิวะนารายณ์ ไม่มีใครช่วยได้

การแต่งงานกับ ฟิโรช ชาฮังคีร์ คานธี แขกปาร์ซีที่มาตั้งรกรากในเมืองอะละหะบัด เมืองภูมิลำเนาของเนห์รู อันเป็นตระกูลพราหมณ์ อาจจะพอเทียบได้คล้ายกับตระกูลพราหมณ์เมืองพัทลุง หรือนครศรีธรรมราช หรือถ้าในกรุงเทพฯ ก็อาจเทียบได้กับสกุล “มกรานนท์” อะไรประมาณนั้น ผิดพลาดขออภัย ผู้เป็นบิดาย่อมยากจะยอมรับได้ เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า เป็นการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง ฮึดฮัดแข็งขืน อย่างออกหน้าออกตาครั้งแรกของ อินทิรา ปริยัทรศินี เนห์รู  

นาม “ปริยัทรศินี” นั้น ระพินทร์นาถ ฐากูร(रबिन्द्रनाथ ठाकुर) เอกกวีแห่งเบงกอล ผู้ประพันธ์เนื้อเพลงชาติอินเดีย และเป็นคนเอเชียคนแรก ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณคดี เป็นผู้ตั้งชื่อให้ ปริยะ = งาม น่านิยม ต้องตาต้องใจ ทรศินี = พิศ มอง แลดู  

ตำบลประยาค อะละหะบัด บ้านเกิด

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

วิจารณ์ บทกวี ของสมยศ พฤกษาเกษมสุข

เสียดาย ก่อนตาย Mr.Jonathan Head 
ผู้สื่อข่าว BBC ประจำประเทศไทย และผู้ชำนาญการด้าน
ไทยคดีศึกษาของอังกฤษ
ไม่ได้อ่าน

The critique had been written in harmonious spirit with the EUROPEAN UNION - THAILAND, “SEMINAR ON RECONCILIATION AND FREEDOM OF EXPRESSION”, BANGKOK, 30/31 JANUARY 2013, DUSIT THANI HOTEL


Thai poetry: critique of a “poem” by Mr. Somyot Prueksakasemsuk 
วิจารณ์บทกวีอันไพเราะ ของ คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข

-- A perfect BRAGGADOCIO ?

                                                                         แดง ใบเล่ -- the critic


Attention intro: amis de la poésie, bonsoir.



How could father-son love be possibly sweetened beyond this point?

The poem of Thailand’s high profile professional Hakka activist with a Thai language name -- Somyos P. or Somyot Pruksakasemsuk--is worth studying for those around the globe who really care for liberty of expression, freedom of speech, as well as human rights watching, and of course, Thai poetry. 

Unfortunately, the globe suddenly became a miniscule pebble once the last word had been pronounced.  

As a person who appreciates Thai language and literature, I feel honoured that a professional Hakka political activist like Mr.Somyos pays any attention at all to Thai poetry.

This critical essay had been prepared with gratitude and thanks, to Mr.Somyos. But, my critique of his above poem was written for a small number of people around the cyberworld who knows both English and Thai, with a little notion of French. Nevertheless, it is by no means a piece of translation.