open letter no 2

Chicago 2 why Chicago

Chicago 2 ทำไม ผมต้องดัดจริต ฟังวิทยุชิคาโก ด้วย? ๑.    ผมติดนิสัยชอบฟังวิทยุตปท. จากแดนไกลเป็นนิสัยมาแต่มัธยม เพื่อฝึกภาษา ประกอบกับมีผู...

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

นิสัย คนอังกฤษ


นิสัยคนอังกฤษ ตอน (1)
1)ขี้เก๊ก

ที่จริงคนอังกฤษ เป็นคนอารมณ์อ่อนไหว ที่เรียกว่า พวก sentimental

แต่มีขนบธรรมเนียม เก็บกดความรู้สึก ตีหน้าตาย

คนอารมณ์อ่อนไหวเนี่ยะ จะขี้อิจฉาด้วย ซึ่งความขี้อิจฉาตาร้อนเนี่ยะ ก็จะถูกเก็บกด เช่นเดียวกัน อยู่ภายใต้ใบหน้าขี้เก๊ก ไม่แสดงอารมณ์

มณีรัตน์ กรรโมทาร, Bundit Sarimanond และอีก 1 คน

นิสัยคนอังกฤษ ตอน (2)
2)ขี้ตะแบง

เช่น สร้างเหตุผลดี ๆ ให้แก่การกระทำที่ชั่วร้าย เพื่อเขมือบอินเดีย

บริษัททรราชย์ ของอ้งกฤษ ยึดแคว้นเบงกอล ค.ศ. 1757 แล้วค่อยๆเขมือบทั้งชมพูทวีป บริษัทส้นตีนอะไร มีกองทัพของตนเองด้วย?

ตอบ: บริษัทอินเดียตะวันออกอันทรงเกียรติ
(อังกฤษ: Honourable East India Company)

ขี้ลักขะโมย มีแต่คนไทยเท่านั้น ที่หลอกต้มกันเองว่า มี "ผู้ดีอังกฤษ"

ถามคนอินเดีย ที่คบอังกฤษมาเป็นร้อยปี ดูว่า พวกเขา รู้จักผู้ดีอังกฤษ สักคนไหม? แขกจะส่ายหน้าดิก...มีแต่โจรทั้งนั้น
แขกจะถามว่า รู้มั๊ย "ทำไมจักรวรรดิ์อังกฤษ พระอาทิตย์ไม่ตกดิน?"
ตอบ: "พระเจ้า ไม่ไว้ใจคนอังกฤษ ในที่มืด ๆ"

แต่ กว่าแขกจะเรียนรู้ความจริงข้อนี้ แขกก็หมดตูดแล้ว

หมายเหตุ: แต่เราก็ต้อง ให้ความยุติธรรมกับคนอังกฤษ เพราะพวกแขกที่บ้าเห่ออังกฤษก็มี ไม่ใช่ไม่มี แบบว่าเห่อจัดมาก มีเรื่องเล่าว่า แขกจำพวกนี้คนหนึ่ง เห่ออังกฤษถึงขนาดว่า แม้ทั้งชีวิตจะไม่เคยไปอังกฤษเลย แต่ครั้งหนึ่ง เดินทางไปต่างประเทศ ต้องต่อเครื่องบินที่กรุงลอนดอน รอที่สนามบินนานสามชั่วโมง ปรากฏว่าพอ กลับมาถึงอินเดีย เขาพูดภาษาอังกฤษแบบ British accent เลยอ่ะ!

มณีรัตน์ กรรโมทาร, Wichian Boonmapajorn และคนอื่นๆ อีก 4 คน
นิสัยคนอังกฤษ ตอน (3)
3)ขี้เล่นตูดกันเอง จนเป็น ประเพณี

ท่านผู้อ่านใจร้ายบางท่าน อาจประนามว่า ผู้เขียนอัปรีย์ ที่กล่าวหาอังกฤษเช่นนี้

ผู้เขียนอัปรีย์ ก็อาจจะจริงอยู่ แต่ไม่ใช่ด้วยประเด็นนี้
ถ้าท่านคิดว่า การกล่าวหาเช่นนี้ เป็นการอัปรีย์ ผู้ที่อ้ปรีย์ คือ เซอร์ วินสตัน เชอชิล รัฐษุรุษชื่อดัง ของอังกฤษ

ท่านผู้อ่านใจร้ายคนดังกล่าว อาจแย้งว่า ท่านรัฐบุรุษ จะกล่าวหาคนอังกฤษเอง อย่างนั้น ได้อย่างไร?
ความสงสัยของท่าน ส่อว่า ท่านไม่รู้จักคนอังกฤษ

เซอร์ วินสตัน เชอชิล เคยกล่าวว่า ประเพณีที่ชักนำ ให้คนอังกฤษ เดินเรือไปทั่วเจ็ดย่านน้ำนั้น เพราะ "ชอบเล่นตูดกันเอง"

วาทะของท่านรัฐบุรุษ ถูกจัดประมวลไว้เป็นระเบียบ ท่านผู้อ่านใจร้ายที่สงสัย แค่ คลิกไม่เกินสามคลิก ก็จะเจอ
ถ้าไม่เจอ ก็ให้ไปตายซะ...หมายถึง ท่านผู้อ่านใจร้ายท่านนั้น ท่านอื่น ๆ ไม่เกี่ยว

มณีรัตน์ กรรโมทาร, Bundit Sarimanond และอีก 1 คน
1 ความคิดเห็น
ถูกใจ
แสดงความคิดเห็น
แชร์

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2563

เว็บไซด์อย่างเป็นทางการ ของ กระทรวงตปท.ประเทศหนึ่ง เขียนภาษาอังกฤ๋ษ ผิด!

AI ซอฟต์แวร์ตรวจภาษาจะต้องได้อาย  เพราะเว็บไซด์อย่างเป็นทางการ ของกระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศหนึ่ง เขียนคำภาษาอังกฤษ ผิด!

ผม ไม่ได้ บอกว่า เป็นประเทศเอธิโอเปีย หรือประเทศแทนซาเนีย หรือประเทศมอนเตเน-กรวย นะครับ  และที่สำคัญ ผมไม่ได้บอกว่าเป็น กระทรวงการต่างประเทศ ประเทศไทย

และโปรด ย.ห.อย่าห่วง  ผมจะไม่ สู่รู้ เที่ยวชี้ว่าผิดคำไหนด้วย ผมคงไม่เอามะพร้าวห้าวไปขายสวนหรอกครับ แม้ว่าที่สวนผม มะพร้าวก็มี

ข้อเขียนชื่อ  "Threats to National Independence 1886 - 1896" มิตรสหายที่สนใจการนำเสนอข้อมูลแนว "แฉ-เอ๊ย-แชร์" ของบลอคนี้  ลองเคาะอ่านพิสูจน์ได้ตามลิงก์ นี้ http://www.mfa.go.th/main/en/organize/1085/19296-Threats-to-National-Independence-:-1886---1896.html

เป็นบทความภาษาอังกฤษขนาดยาว เขียนได้ไม่เลวเสียทีเดียว ตามสำนวนภาษาสเปนว่า "mas o menos" ครับ  คือ ไม่มากก็น้อย-ไม่เลวเสียทีเดียว

แฟน ๆ มิตรสหาย ลองอ่านไล่ลงไปเรื่อย ๆ บทความยาวพอสมควร ไปจนถึง ย่อหน้าสุดท้าย.....

ในย่อหน้านั้น มีคำผิด! ที่ไม่น่าจะผิด

แต่ผู้เขียนบลอคนี้ จะไม่ สู่รู้  เที่ยวชี้ว่า คือ คำไหน  ผมไม่มีนิสัยแบบนั้น ยกเว้นเผลอไป บางครั้ง




แดง ใบเล่
aka เดฟ นาพญา
aka ปรีชา ทิวะหุต
บ้านนาพญา ต.นาพญา
อ.หลังสวน
จ.ชุมพร


วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563

ประชาธิปไตย เลวทราม อย่างไร


ระบอบประชาธิปไตย เหี้ย อย่างไร?

๑.       ระบอบประชาธิปไตย ส่งเสริมให้คน หลงใหลได้ปลื้ม และหลงทาง ไปกับวัตถุนิยม
๒.     ระบอบประชาธิปไตย แพร่ความอิจฉาริษยา
๓.     ระบอบประชาธิปไตย ก่อให้เกิด ทรราชย์เสียงข้างมาก
๔.     ระบอบประชาธิปไตย ปลุกปั่นให้ประชาชนชิงชัง และต่อต้าน ผู้มีอำนาจหน้าที่  
แม้เขาจะได้อำนาจหน้าที่มาโดยชอบธรรม ก็ตาม
๕.     ระบอบประชาธิปไตย บั่นทอน ริดรอน สิทธิเสรีภาพของประชาชน



๑.      ระบอบประชาธิปไตย ส่งเสริมให้คน หลงทาง ไปกับวัตถุนิยม

ในระบอบประชาธิปไตย คนพากันเชื่อว่า คนเราถ้าได้ทำงานอย่างหนัก ไม่อายทำกิน ไม่หมิ่นวาสนา  เราก็มีโอกาสจะร่ำรวยได้...
       ความร่ำรวยเป็นเรื่องที่คนบูชา ในระบอบประชาธิปไตย  คนร่ำรวยได้รับการยกย่อง
นักประชาธิปไตยสอนให้คน คิดว่า “หนังสือที่ขายไม่ดี  จะเป็นหนังสือดี ไปได้อย่างไร?”

       ตามระบอบประชาธิปไตย เงินและความสามารถในการหาเงิน           คือ ตัววัดค่าของคนด้วยกัน และวัดคุณค่าของสิ่งทั้งหลายทั้งปวง


๒.    ระบอบประชาธิปไตย ปลูกฝังความอิจฉาริษยา

ทำไม ความเสมอภาคทางการเมือง นำมาซึ่งความขี้อิจฉาริษยา

ก็เมื่อสังคมประชาธิปไตย ไม่ยอมรับนับถือชาติกำเนิด หรือกรรมเก่า  อีกนัยหนึ่ง ไม่ปรารถนาความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม

เมื่อนั้น คนทะเยอทะยาน มักใหญ่ใฝ่สูง ตะเกียกตะกาย และเหี้ย ๆ คนหนึ่ง  ก็อาจพาลนึกไปว่า เป็นการง่าย เป็นการอีซี่ ๆ ที่ตนเองจะเปิดประตู ไปสู่อาชีพได้ทุกชนิด  รวมทั้งตนมีสิทธิก้าวถึงหน้าที่การงานอันยิ่งใหญ่ นานาชนิด

            แถมยังอาจสำคัญตนผิด  คิดว่าฟ้าส่งมาเกิด เพื่อให้ตนได้เดินทางไกลไปสู่ชีวิตที่ “ไม่ธรรมดา”

            แต่ ครั้นได้มีชีวิตอยู่ไปไม่นาน  ประสบการณ์ชีวิตจริงในโลกมนุษย์ขี้เหม็น จะปลุกให้เขาตื่นจากอาการละเมอเพ้อพก และภาพหลอนตา

            ในสังคม ที่ทุกคนถูกปรับ ให้อยู่ในระนาบเดียวกันนั้น ผู้ใดโดดเด่นขึ้นมา จะเป็นที่สังเกตของคนทั่วไป  ใครจะโงหัวขึ้นมาจากแนวระนาบ เป็นไม่ได้  จะต้องมาแบบเรียด ๆ

            สำหรับ นักประชาธิปไตย ใครจะดีไปกว่าตัว ไม่ได้เด็ดขาด

                     
๓. ระบอบประชาธิปไตย ก่อให้เกิด ทรราชย์เสียงข้างมาก

มักจะเข้าใจกันโดยทั่วๆไปว่า ระบอบประชาธิปไตย เป็นปฏิปักษ์ต่อ ทรราชย์

ไม่จริงเสมอไปหรอก  เอาเข้าจริง ๆ ระบอบประชาธิปไตยเป็นบ่อเกิดทรราชย์ชนิดพิเศษ คือ ทรราชย์เสียงข้างมาก

ทรราชย์เสียงข้างมากของระบอบประชาธิปไตย เกลียดชังความเห็นต่าง  ตลอดจนความแตกต่างใด ๆ  โดยเฉพาะความต่างอันเกิดจากสติปัญญาที่เหนือกว่าตน  จะถูกเกลียดชังเป็นพิเศษ

ระบอบประชาธิปไตยจะมีสัญชาตญาณอันดุร้าย ที่จะขบกัด ฟาดฟัน ขย้ำ ผู้ที่โดดเด่นให้ต้องขมำ หกคะเมน ล้มลงมายังแนวระนาบ

การกระโจนเข้าทำร้าย ห่ำหั่น ดังกล่าวนั้น  ถือเป็นคุณงามความดีตามระบอบประชาธิปไตย และจะได้รับการปูนบำเหน็จ


 4.ระบอบประชาธิปไตย ปลุกปั่นให้ประชาชนชิงชัง                                   และต่อต้าน ผู้มีอำนาจหน้าที 
แม้เขาจะได้อำนาจหน้าที่มาโดยชอบธรรม ก็ตาม

คนจำนวนมากในระบอบประชาธิปไตย แม้เป็นคน เหี้ย ๆ หาดีอะไรไม่ได้  ก็จะยังปฏิเสธ ไม่ยอมรับว่า จะมีใครในโลกนี้ ดีไปกว่าตัว

สำหรับนักประชาธิปไตยแล้วละก้อ  คนอื่น แม้จะใช้เวลาเจ็ดปี ศึกษาเล่าเรียน ฝึกฝน เพื่อที่จะเป็นหมอ หรือศึกษากฎหมายมาแตกฉานสองทศวรรษ หรือเขียนหนังสือดีขึ้นมาเล่มหนึ่ง  คนเหล่านั้น ก็จะดีไปกว่าตัวไม่ได้

นักประชาธิปไตยจะไม่ยอมรับผู้อื่น ไม่ว่าผู้ใด ให้อยู่เหนือตน  พวกเขาจะไม่ยอม “ก้มหัว” ให้ใคร

แต่ ตามสภาพความเป็นจริง ในสังคมบ้านเมืองย่อมจะมีคนบางคน ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญการ ตลอดจนมีความเมตตา กรุณา เหนือกว่าเรา ซึ่งเราควรรับฟังเขา บ้างไม่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตาม นักประชาธิปไตยจะมีแนวโน้ม ที่จะลำเอียง ไปทางความ “กึ่ง รู้” และความ “สู่รู้” เสียมากกว่า


5.       ระบอบประชาธิปไตย บั่นทอน ริดรอน สิทธิเสรีภาพของประชาชน

เราท่องจำกันโดยไม่คิด ว่าระบอบประชาธิปไตย ส่งเสริมให้ประชาชนมีจิตใจเปิดกว้าง เป็นคนใจคอกว้างขวาง

แต่ความเป็นจริง ตรงกันข้าม

พวกนักประชาธิปไตยมักจะบอก ว่า ก็ในเมื่อเราเป็นประชาธิไตยกันแล้ว  สิ่งแวดล้อมทางการเมืองทุกอย่างดีหมด  อย่าได้คิดอ่าน วิพากษ์วิจารณ์ หรือ เม้นอะไรกันอีกต่อไป

คนในสังคมประชาธิปไตย เขาเชื่อฟังและศรัทธาพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์  หนังสือพิมพ์เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ในสถาบันประชาธิปไตยไม่ใช่หรือ

นักประชาธิปไตยบอกว่า ไม่ต้องคิดอะไรให้มันยุ่งยากซับซ้อนหรอก อย่าคิดมาก  คนประชาธิปไตย เราแค่เป็นคนมีสามัญสำนึก ก็พอ

นอกจากแนวโน้มที่จะชอบความ “กึ่งรู้” นักประชาธิปไตยยังนิยมความคิดอ่าน และความสำนึกอย่าง "สามัญ ๆ" อีกด้วย 



บทสรุป ของเจ้าของบล็อค 
ผู้นำความคิดมาแชร์


ท่านผู้อ่านบางท่าน คงจะไม่เข้าใจผิด ๆ ถูก ๆ ว่า ผมเป็นคนตั้งข้อสังเกตอันชั่วร้ายนี้ขึ้นเอง นะครับ

เปล่าครับ  ความคิดความอ่านที่มีอยู่ ผมก็อปเขามาทั้งนั้น  โอเค ผมอาจมี personal template อยู่บ้าง เช่นเดียวกับท่านทั้งหลาย ที่มีเมตตาติดตามผมมา  แต่......

จะไม่ออกตัวเรี่ยราด ข้อสังเกตเรื่องความ เหี้ย ๆ ของระบอบประชาธิปไตยนี้ ผมลอกเขามา

เพราะฉะนั้น ขอเชิญชวนท่าน ช่วยกันเม้น เพียงขอร้องว่า ท่านที่เห็นคล้อยตาม แม้สักนิดหนึ่ง  ผมขอร้องว่า ท่านอย่าเม้น  ผมอ่านข้อความเม้น จากคนที่เห็นคล้อยตาม คิดเหมือนกัน ไม่เห็นต่าง แล้ว ขออภัย--ง่วงนอน

ดังนั้น ยินดีต้อนรับทุกท่าน ที่เห็นคนละทาง มีความคิดแตกต่าง เห็นตรงกันข้าม  โปรดแสดงความแตกต่างของท่าน ให้ท่านอื่น ๆ และผมได้ประจักษ์บ้าง

ส่วนถ้อยคำสำนวน ผมไม่รังเกียจสไตล์ใด ๆ ยิ่งด่า ยิ่งหนุก ยิ่งหยาบยิ่งมัน  เม้นมาหยาบ ๆ คาย ๆ ยิ่งชอบครับ มันกระตุ้นความรู้สึกทางเพศได้

ยังไม่จบครับ อย่างเพิ่งนึกรังเกียจ พาลจะพลิกผ่าน

จะจบซะแล้ว ยังไม่ได้บอกเลยว่า ความคิดเห็นในทาง “เหี้ย ๆ” ของระบอบประชาธิปไตยนั้น  เจ้าของบล็อก ผู้คาบข่าวมาเผยแพร่นี้ ไปจำขี้ปากใครมา?

Hmmm.....สักวันหนึ่งหรอก  จะแฉ-เอ๊ย-แชร์ ที่นี่.....ว่าเอามาจากไหน

ก่อนจะถึงวันนั้น โปรดทราบไว้ว่า ท่านผู้นั้นเป็นคนดัง ไม่ใช่มีชื่อเสียงอย่างธรรมดา  แต่ว่าท่านดัง ระดับระเบิดเถิดเทิง เปิงมางรำมะนา โนราลิเก.....ขนาดนั้น

คนมีการศึกษาจำนวนมาก ในสหรัฐอเมริกา ล้วนรู้จักท่าน  แต่ว่า ท่านไม่ใช่คนอเมริกัน......

วันที่จะแฉ-เอ๊ย-แชร์ (ที่นี่) คือ วันแรม ๘ ค่ำ เดือนหก ปีชวด(ปีนี้) ว่า.....
ท่านผู้นั้น คือ.....................................................






แดง ใบเล่
aka เดฟ นาพญา
aka ปรีชา ทิวะหุต
บ้านนาพญา ต.นาพญา
อ.หลังสวน
จ.ชุมพร



วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2563

Open Letter No.8 to the Ambassador of Sweden รางวัลโนเบล สาขาวรรณคดี น้ำแตกแยกทางกัน


Open Letter No.8 to Ambassador of Sweden

รางวัลโนเบล สาขาวรรณคดี 
ควรจะได้แก่ วันเพ็ญ สวีเดน


ลิงก์วีดีโอต้นฉบับ อาจารย์ ด้อกเต้อ วันเพ็ญ สวีเดน
https://www.youtube.com/watch?v=x0zEXuyqy4I
หรือที่


จะไม่ใจดำเกินไปหรือท่าน? กรณีที่ ถ้าท่านกะจะมอบเฉพาะแต่ 
รางวัลโนเบลสาขาวรรณคดี แก่ป้าวันเพ็ญ สวีเดน?


ที่เวลาวีดิโอ 0458 ป้าวันเพ็ญ สวีเดน กล่าวด้วยภาษากวีอันไพเราะสุด ๆ ว่า.....


                                “..........กะหลี่ เขาบอกเลย ว่า
                                มา  ชั้นขายตัว
                                มา  เย็ด ๆ ซะ
                                แล้ว ก็ จบ
                                น้ำแตก แยกทางกัน”


ลักษณะการประพันธ์ เป็นวรรณคดีชั้นสูง คำโคลงของชาวสวีเดน อันเป็นชาติบ้านเมืองของ ป้าวันเพ็ญ สวีเดน

บทกวี ถอกไปถอกมา
ซึ่งไม่ง่ายแก่การตีความ ทำความเข้าใจ

วิเศษไปกว่านั้น.....แถมป้าวันเพ็ญ สวีเดน รจนาด้วย
ลีลาลึกซึ้ง ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนงำ รูดซิบแล้ว ยังคลำไม่ถูก
น่าเวียนหัว สุดจะพรรณนา ครับพี่--ผมขอฟ้องเธอ ต่อโลกโซเชียล

กวี โรเบิร์ต ฟรอสต์ กล่าวไว้ว่า

Poetry is when an emotion
has found its thought and the
thought has found words.

                        เมื่อ อารมณ์ได้พบความคิดอ่าน
                        และ ความคิดความอ่าน ได้พบกับถ้อยคำ

ซึ่งอารมณ์ของป้าวันเพ็ญ คือ อยากให้เขาเย็ด
ได้พบกับความคิดอ่าน คือ คิดที่จะโดนเย็ด
และความคิดที่จะโดนเย็ด ได้พบกับถ้อยคำ คิอ เย็ด  ครับ

ในเชิงโวหารระดับวิจิตรศิลป์เนี่ยะ ใครจะไปยอมแพ้ป้าวันเพ็ญ สวีเดน ง่าย ๆ
หนู-เอ๊ย-ผมไม่ยอม

แม้ว่า.....ในที่สุดแล้ว ผมจะพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ระดับแพ้ระเบิดเถิดเทิงเปิงมางรำมะนาโนราลิเก ต่อป้าวันเพ็ญ สวีเดน

กูรูผม  สอนมา ว่า:

                                     เกล็ดไม่แห้ง แร้งไม่แห่ อย่าแพ้ยาก
                                     ดูหอยทาก ปากเหิร เดินขรม

ผมจะพยายามครับ ท่านทูตสวีเดน และป้าวันเพ็ญ สวีเดน

กล่าวคือ ข้อความที่ว่า...

                                     "มา ชั้นขายตัว"

ผมขออนุญาตเม้นว่า เป็นคำพูด ที่กำกวม ได้ยินแล้ว ชวนให้ไข่หด  
เพราะป้าวันเพ็ญ สวีเดน ไม่ได้บอก ว่า ขายในราคาเท่าไร?  
และผมจะไป เย็ด ป้าวันเพ็ญ สวีเดน ได้ที่ไหนอ่ะ?

อย่าใจดำ บอกผมว่า 
นั่งเครื่องบินมาเย็ดกู ที่สวีเดน 
ที่หลัง ต.ม.สวีเดน(ตรวจคนเข้าเมือง) ที่สนามบินสต็อคโฮล์ม เด่ะ

กะหลี่สวีเดน เป็นงัยไม่ทราบ  แต่กะหลี่ฝรั่งเศส ที่ผมเคยพบมาบ้าง 
เธอจะบอกราคาชัดเจน นะครับ ไม่มั่ว

เช่น เธอจะบอกว่า ทำนั่น ทำนี่ ทำโน่น ทำนู้นให้  จนกระทั่งน้ำแตก 
ในราคา 400 ฟรังก์ ตามมาตราเงินฝรั่งเศสสมัยก่อน 
สมัยที่ผมเรียนหนังสืออยู่ที่นั่น เป็นต้น

ส่วนที่ กะหลี่ฝรั่งเศสคนนั้น 
เธอบอกว่า จะทำอะไรมั่งนั้น  
ท่านทูตสวีเดน อย่าให้ผมต้องแจงรายละเอียดครับ 
จะเข้าข่ายหยาบคาย หยาบโลน.....

อีกตัวอย่างหนึ่ง กะหลี่ฝร้่งเศสอีกคน 
เคยบอกผมว่า จะทำอย่างว่า อย่างนี้อย่างนั้น 
ทำอะไรมิต่ออะไร แล้วคิดราคาโปรโมชั่น 250 ฟรังก์ เป็นต้น 
เพราะวันนั้นเป็นวันชาติสวีเดนพอดี  
สมัยโน้น สวีเดนเป็นประเทศ ฟรีเซ็กส์ ที่สุดในยุโรป

ผมไม่อยากมีเรื่องกะ กะหลี่ 
แต่ก็นึกในใจว่า ที่เธอจริงใจพูดออกมาทั้งหมดนั่น 
กูทำเองก็ได้ ในราคา ZERO franc  แบบว่า ต้นทุนเป็นศูนย์...อ่ะ

เอาเถอะ ผมหนะ เกรงใจท่านผู้อ่านและท่านทูตสวีเดน 
ถ้าจะเขียนมากกว่านี้ ก็จะเป็นการไม่สุภาพ และเว่อ 

ขออนุญาตท่านผู้อ่าน ข้ามไปยังประเด็นต่อไป 
ที่ท่านอาจารย์ ด้อกเต้อร์ วันเพ็ญ สวีเดน 
อภิมหาบาเรียนโลก ผู้ไม่พูดความจริงกับประชาชน 
แต่ตอแหลว่า จบแค่ ป.4  

ที่จริงจบปริญญาเอกจาก SHSU เมื่อปี 1978
ซึ่งการสอบหลักฐานเบื้องต้น พบว่า 
เธอเป็นหญิงพันธ์พิเศษ คือเป็น ผู้หญิงมีควย ไม่ใช่หญิงธรรมดา
--หรือพูดให้ถูกต้องยิ่งขึ้น ว่า คนเข้าใจผิด คิดว่าเธอเป็นชาย
ซึ่งไม่ใช่ -- คือเธอเป็น ผู้หญิงมีควย  ต่างหาก.....
เข้าใจถูกต้องอย่างนี้แล้ว ท่านจะเข้าใจเธอ มากยิ่งขึ้น

เธอเสนอต่อชาวสวีเดนและชาวโลก 
แปลเป็นภาษาแขก พอทำเนา ดังนี้.....

                   संभोग करना
                   संभोग करना
                   औ फिर खत्म


ซึ่งเมื่อแปล กลับเป็น ภาษาวันเพ็ญ สวีเดน  ไม่อยากจะพูดว่าเป็น ภาษาไทย นะ มันจัญไรเกินไป ได้ว่า.....

                                  มา เย็ด ๆ ซะ
                                  แล้ว ก็ จบ

ดังที่ ป้าวันเพ็ญ สวีเดน กล่าวไว้แบบประชาธิปไตยเต็มพวง 
ในวีดีโอ เวลาประมาณ 0458

คำถามจากผมมีว่า: กับกะหลี่คนใด ๆ ก็ดี สังโภค กะระนา (संभोग करना = เย็ด) นั้น    สังโภค กะระนา กันแล้ว - ไม่จบ หรือ เย็ดกันไม่รู้จบ - มีด้วยเหรอ?

กะหลี่ ประเทศไหน อ่ะ?

แต่นั่นแหละ ผมอ่อนประสบการณ์ด้านนี้ ไม่ได้แก่กล้าเทียบเสมอ ป้าวันเพ็ญ สวีเดน  ผมจึงเกิดข้อกังขา ส่วนป้าวันเพ็ญ สวีเดนนั้น เกี่ยวกะเรื่องอย่างว่าแล้วละก้อ เธอ กางขา อย่างเดียวครับ กังขา ไม่มี

เขียนไปเขียนมา รู้สึกว่า ผมกำลังเผยไต๋ ว่าตัวเองจะขาดคุณสมบัติ 
ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ หรือเม้น ป้าวันเพ็ญ สวีเดน ซะแล้ว 
รีบ ๆ จบจะดีกว่า...ก่อนที่จะเสียรังวัด มากไปกว่านี้

พวกกะหลี่เนี่ยะ ถ้ามัวแต่ สังโภค กะระนา (संभोग करना) ไม่รู้จักจบแล้วละก้อ 
จะสิ้นเปลืองเวลาทำมาหากิน ใครว่าอาชีพของพวกเธอ ทำอยู่เฉพาะ "สังโภค กะระนา" เธอให้บริการอย่างอื่นได้อีกตั้งเยอะ นอกเหนือจากการกระทำ "สังโภค กะระนา" 

อย่าให้พูดเลย เดี๋ยวจะพากันเข้าใจผิดไปกันใหญ่ 
ว่า ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้.....รู้ดีกว่าป้าวันเพ็ญ สวีเดน ซะอีก 
ซึ่งไม่เป็นความจริง ขอปฏิเสธทุกมาตรา!

เพราะฉะนั้น ประโยคข้างบนของเธอ ผมขอเม้นว่า ที่ป้าวันเพ็ญ สวีเดน 
แหกหีแถลง ตอแหลกลางแตด-เอ้ย-กลางแดด  เธอพูดปดแดดแจ้ง ๆ เลยอ่ะ

ประเด็นสุดท้าย ของป้าวันเพ็ญ สวีเดน

                                 น้ำแตก แยกทางกัน

สุดยอดครับ แสดงให้เห็นถึง การใฝ่สันติภาพ ไม่เอาเรื่องเอาราวอะไรกะใคร

ผมขอยกย่อง เชิดชู เสนอให้ป้าวันเพ็ญ สวีเดน 
ได้รางวัลโนเบล "สาขาสันติภาพ" อีกรางวัลหนึ่ง  
นอกเหนือจาก "สาขาวรรณคดี" ซึ่งเธอคงจะได้รับแน่ ๆ อยู่แล้ว

ปริศนาตบตูด ผู้หญิงมีควย ที่ใช้นามแฝงผู้นี้ 
เขามีชื่อจริงว่าอย่างไร ใครทายถูกกันบ้าง?


แดง ใบเล่
aka เดฟ นาพญา
aka ปรีชา ทิวะหุต
บ้านนาพญา ต.นาพญา
อ.หลังสวน
จ.ชุมพร

วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562

Open Letter No.7 to the Ambassador of Sweden คุณป้าวันเพ็ญ สวีเดน ตอแหลกับประชาชน ว่าจบแค่ป.4


จดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 7 ถึงทูตสวีเดน
ที่จริงคุณป้า ท่านจบปริญญาเอก ด้อกเต้อร์



ข้าพเจ้าทราบข้อเท็จจริงมาว่า คุณป้าวันเพ็ญ สวีเดน ไม่พูดความจริงกับประชาชน ที่จริงท่านสำเร็จการศึกษา ดุษฎีบัณฑิต ปริญญาเอก ด้อกเต้อร์ อภิมหาบาเรียนสิบครึ่ง มาจากมหาวิทยาลัย ที่ดีที่สุด ระดับท็อปออฟเดอะท็อปเท็น ในประเทศ “เต ฆ้าส”

เอ้ะ ประเทศ เต ฆ้าส  ประเทศอะไรหรือ ไม่เคยได้ยิน?
กาละครั้งหนึ่ง ในอดีตกาล นานโพ้น ข้าพเจ้าผู้เขียน เคยเดินทางแบกเป้ แบบซำเหมา ซึงหงอคง เพราะไม่ค่อยจะมีกะตัง เดินทางไปท่องเที่ยวจรทัศนา ประเทศเม็กซิโก

การเดินทาง ยากระกำลำบาก พอ ๆ กับที่พระถึงซัมจั๋ง เดินทางจากเมืองจีนไปสิบศาสนาในชมพูทวีป เมื่อราวก่อนหน้า ที่ข้าพเจ้า จะไปเม็กซิโกครั้งแรก ประมาณเก้าร้อยปีเศษ คือ ท่านไปอินเดียเมื่อ พ.ศ.1172

และอยู่ที่นั่น 16 ปี รวมทั้งได้เรียนหนังสือ ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา อยู่ 5 ปี ราว ๆ พ.ศ. 1180

แต่ท่าน ก็ไม่ได้สำเร็จการศึกษา ดุษฎีบัณฑิต ปริญญาเอก ด้อกเต้อร์ อภิมหาบาเรียนสิบครึ่ง จากมหาวิทยาลัยนาลันทา พระถังซัมจั๋งสู้คุณป้าวันเพ็ญ สวีเดน ไม่ได้

ที่เม็กซิโก ข้าพเจ้าได้พบกับนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันกลุ่มหนึ่ง และได้ถามเขาว่า พวกคุณมาจากไหนกัน?

โดยถามเป็นภาษาสเปน เพราะเวลานั้น ข้าพเจ้าพอจะพูดภาษาสเปนได้บ้างแล้ว แม้จะไม่ดีเท่าเวลานี้(...ฮะแอ้ม)

พวกเขาตอบเป็นภาษาสเปนว่า เรามาจากประเทศ เต ฆ้าส

ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยินชื่อประเทศแปลก ๆ ประเทศนั้นเลย จึงถามต่ออีกว่า ประเทศคุณอยู่ไหน อ่ะ
พวกเขาตอบว่า เราอยู่ทางใต้สุดของสหรัฐ ติดกับด้านเหนือของเม็กซิโก
ต่อมา หลังจากเปิดดิคแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้ทราบว่า พวกเขามาจาก “เท็กซัส”  ซึ่งออกเสียงเป็นภาษาสเปนว่า “เต ฆ้าส”

คุณป้าวันเพ็ญ สวีเดน ที่แท้เธอไม่ได้จบป.4 อย่างมาหลอกเด็ก 


ต้นฉบับวีดีโอ ของคุณป้าวันเพ็ญ สวีเดน (อีเหี้ยนอกกะลา) เชิญที่
“ป้าวันเพ็ญ สวีเดน จัดหนัก ไอ้เต้ มงคลกิตติ์ 
สส.เศษสวะ เศษสลึง รับใช้เผด็จการ กะลาแลนด์”

วีดีโอต้นฉบับ https://www.youtube.com/watch?v=x0zEXuyqy4I
หรือที่



เธอพูดไว้ในวีดีโอ ที่เวลาวีดีโอ 03:56 ว่า

“...แล้วที่อันดับหนึ่ง ของโลก มึง อยากรู้มั๊ย
เวลา กู พูด อะนะ มึง ไม่ต้องดิ้น
ไปหา ข้อมูล อย่าให้ ป.4 อย่าง กู มานั่งบอก”

ที่แท้ อีเหี้ยนอกกะลาคนนี้ จบปริญญาเอก ด้อกเต้อร์มหาบาเรียนสิบครึ่ง มาจาก มหาวิทยาลัย SHSU ใน รัฐเตฆ้าส ดังกล่าว
ข้าพเจ้ามีข้อมูลชัดเจนว่า เธอจบการศึกษาปี ค.ศ.1978 และอาจารย์พี่เลี้ยงของเธอเป็นชาวฟิลิปปินส์
แต่ครั้น สอบทานข้อมูลอีกครั้ง พบว่า ในปีนั้นไม่มีชาวแคะสตรี จบด้อกเต้อร์จากที่นั่น แต่มีชาวแคะเพศชาย...
เพราะฉะนั้น จึงสรุปได้ข้อมูลที่น่ากลัวเกี่ยวกับเธอ เพิ่มเติม อีก ว่า เธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา แต่เธอเป็น... 

ผู้หญิง“มีควย”!



แดง ใบเล่
aka ปรีชา ทิวะหุต
บ้านนาพญา ต.นาพญา
อ.หลังสวน
จ.ชุมพร