open letter no 2

Chicago 2 why Chicago

Chicago 2 ทำไม ผมต้องดัดจริต ฟังวิทยุชิคาโก ด้วย? ๑.    ผมติดนิสัยชอบฟังวิทยุตปท. จากแดนไกลเป็นนิสัยมาแต่มัธยม เพื่อฝึกภาษา ประกอบกับมีผู...

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แดง ใบเล่ จ๋อย!

แดง ใบเล่ จ๋อย!  
โดนควบคุมคุณภาพ ซึมไปเลย...

เมื่อ สำนักพิมพ์มติชน  พิมพ์หนังสือ รู้จักมีมารยาทกันซะมั่ง เด็กเปรต ครั้งที่สอง เดือนสิงหาคม พ.ศ.2546  ท่านผู้ใช้นามปากกาว่า มิสเตอร์ คิว ซี  ได้วิจารณ์หนังสือเล่มนั้นเอาไว้  บทวิจารณ์ตีพิมพ์ในนสพ.กรุงเทพธุรกิจ  ปีที่ 16 ฉบับที่ 5420  วันอาทิตย์ที่ 19 ต.ค. 2546  นำมาเผยแพร่อย่างครบถ้วนด้วยความเคารพต่อความคิดเห็น ของท่านผู้วิจารณ์ มิสเตอร์ คิว ซี  ดังนี้ครับ


บทวิจารณ์โดย มิสเตอร์ คิว ซี
ผมเพิ่งกลับมาจากนั่งดูดน้ำอัดลมหกขวดที่ร้านครัวหลังข่าว กับมวลมิตรสหาย แต่พวกเขานั่งดื่มเบียร์กันมากกว่า 12 ขวด ที่อยู่ชายคามติชนมากกว่า 5 ท่าน แต่ละท่านล้วนแต่เป็น ผู้มีอันจะใหญ่ในอนาคตทั้งสิ้น
 
ทั้งในสายงานสำนักพิมพ์,จัดจำหน่าย,กองบรรณาธิการ นับเป็นเกียรติเป็นศรีแก่ชีวิตของผมยิ่ง เพราะได้รับความรู้ทั้งในด้านสายงาน,สายธุรกิจค้าหนังสือและการเลือกหนังสือป้อนตลาดมากมายหลายเล่มเกวียน
 
เล่มหนึ่งที่มีการหยิบมาถกกันในวงสนทนาแบบสั้นๆ ไม่กี่วินาที แต่ว่ากินใจผมมากจนต้องไปหาซื้อมาอ่านอย่างกระหายในวันรุ่นขึ้นคือ รู้จักมีมารยาทกันซะมั่ง เด็กเปรต!" ซึ่งเป็นผลงานการจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน เป็นผลงานเขียน(อืม...แน่ใจว่าเขียนนะ)ของ แดง ใบเล่ มี น้ายงค์-ประยงค์ คงเมือง รับหน้าที่บรรณาธิการ, คุณกิตติวรรณ เทิงวิเศษ รับหน้าที่หัวหน้ากองบรรณาธิการ, คุณพัลลภ สามสี, คุณรุจิรัตน์ ทิมวัฒน์ เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการ, คุณศรีวิไล ปานสีทา ทำหน้าที่พิสูจน์อักษร
 
หนังสือเล่มนี้ ราคา 134 บาท พิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์มิ่งขวัญ เมื่อเดือนสิงหาคม 2542 และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ผลงานเล่มนี้ได้รับการจัดพิมพ์
 
ที่สำคัญเป็นการพิมพ์โดยค่ายใหญ่ที่นักเขียนทั้งหลายฝันใฝ่อยากจะอยู่ร่วมชายคา เพราะหมายถึงการจัดทำอย่างมีคุณภาพ ประณีตสวยงาม ระบบการจัดจำหน่าย,ค่าลิขสิทธิ์,การประชาสัมพันธ์ทุกอย่างยอดเยี่ยมลงตัวและยุติธรรม
 
จึงไม่แปลกที่คุณจะสามารถหาซื้อเล่มนี้ได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ ผ่านการจัดจำหน่ายอย่างเป็นระบบของบริษัท งานดี จำกัด ที่ถือว่าเป็นบริษัทจัดจำหน่ายหนังสือชั้นแถวหน้าอีกแห่งหนึ่งของประเทศนี้
 
ตัวผมเองไปซื้อหนังสือเล่มนี้ได้ที่ร้านบุ๊คส์คลับ หน้าโรงภาพยนตร์สยามดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์

ไม่ติดใจอะไรในเล่ม นอกจากเนื้อหาทั้งหมดที่อุดมไปด้วยคำหยาบ....หยาบจนต้องพลิกไปดูหน้าเครดิตสำนักพิมพ์และโลโก้สำนักพิมพ์เป็นระยะๆ ว่า ใช่สำนักพิมพ์มติชนจริงหรือ

เพราะเนื้อหาสาระในเล่มนี้ มุ่งที่จะเอาความสะใจ เอาใจคนสันดานดิบโดยเฉพาะ และไม่มีการเซ็นเซอร์ ไม่มีการเลี่ยงคำ ไม่มีการใช้วรรณศิลป์หรือศิลปะการเขียนใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคำว่า เย็- แม่ ไอ้หน้า.... ไอ้หัว ค-ย ทั้งเล่มเต็มไปด้วยคำเหล่านี้ ซึ่งต้องบอกว่าในเล่มนี้ไม่มีการเซ็นเซอร์คำอย่างที่ผมเซ็นเซอร์นะครับ เต็มพยางค์เนื้อๆ เน้นๆ ทั้งเล่ม!!
 
ที่สำคัญยอดขายถล่มทลาย...นี่คือชัยชนะของเปรตหรืออย่างไรกัน?
ผมไม่เข้าใจจริงๆ ตลาดหนังสือเมืองไทยโหยหาความดิบ-เถื่อนและหยาบโลนทางภาษากันมากขนาดนี้เลยหรือ ผมไม่ได้เป็นห่วงนักเขียนที่ใช้นามปากกา แต่ผมเป็นห่วงคณะทำงานที่ใช้นามจริงและผู้อ่านที่มีวุฒิภาวะซึ่งติดตามผลงานของสำนักพิมพ์มาด้วยความศรัทธา
 
เชื่อว่านักอ่านส่วนใหญ่คงทำใจลำบากที่จะอ่านอย่างมีความสุข ที่ได้ซื้อผลงานที่มีความจริงใจ ตรงไปตรงมา แน่นอนว่า คำหยาบหรือคำที่ว่าด้วยการสืบพันธุ์ของมนุษย์ เชื่อว่าแทบทุกคนคงจะเคยพูดหรือว่าติดปาก แต่ไม่ได้หมายความว่า มันจะมีสิทธิมีความสง่างามในการจัดพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่ม เรียงพิมพ์อย่างเป็นระเบียบและผ่านการพิสูจน์อักษรว่า...ไม่ผิดเพี้ยน
 
ผมเป็นห่วงว่าถ้าวันหนึ่งข้างหน้า คณะทำงานแยกย้ายกันไป เติบใหญ่กันไปในสายงานที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นที่เคารพรักศรัทธาของประชาชนคนรักหนังสือ แต่ผลงานที่อุดมไปด้วยคำสบถเล่มนี้ยังคงอยู่อย่างสง่าผ่าเผย มันจะเป็นรอยด่างในชีวิตเอาน่า...
ผมว่าตลาดหนังสือเมืองไทยคงจะทรุดหนักครับ ถ้าทุกสำนักพิมพ์เห็นดีเห็นงามกับการพิมพ์งานแบบเด็กเปรต พาเหรดกันออกมาเต็มร้านหนังสือไปหมด โดยไม่มีการควบคุม ไม่มีการสำรวมจิตใจ ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ส่วนตัวในการคัดสรรต้นฉบับ ส่งผลให้ไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่จะนำเสนอผลงานต่อสาธารณะ
 
ขนาดภาพยนตร์,ละคร,เพลง,ภาพถ่าย,งานศิลปะที่บ่งบอกถึงความเป็นชนที่มีอารยะ ยังต้องมีการลบเลี่ยงการนำเสนอภาพหรือคำพูดที่ส่อถึงเรื่องเพศแบบอุจาด จนเป็นที่มาของงานแนวอีโรติก ศิลปะเชิงสังวาส ฯลฯ
 
เพราะมันบ่งบอกถึงการมีศิลปะในชีวิต การมีรสนิยมในการดำรงอยู่ ไม่งั้นคงไม่มีการถกเถียงกันมาทุกยุคสมัยเรื่องศิลปะกับอนาจาร
 
แต่หนังสือเล่มนี้ ไม่ต้องมาถกเถียงกันแล้วเรื่องศิลปะหรือว่าอนาจาร ....เพราะถ้อยภาษาที่ใช้ในเล่มมันได้มาถึงจุดต่ำสุดของการใช้ภาษาที่ต่ำสุดในสกุลภาษาไทยแล้วล่ะครับ
 
ไม่ต้องผวน ไม่ต้องจินตนาการ ไม่ต้องดัดจริต ไม่ต้องอะไรทั้งนั้นว่ากันตรงๆ และพิมพ์แบบไม่มีคำผิดแม้แต่คำเดียว งานวรรณกรรมแนวอีโรติก,งานศิลปะเชิงสังวาส มันจะหายไป....เพราะไม่จำเป็นต้องเลี่ยงกันแล้วนี่ครับ
 
สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย, สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย, สมาคมนักอ่านแห่งประเทศไทย, สมาคมผู้จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายแห่งประเทศไทย, ตำรวจสันติบาล, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงวัฒนธรรม....ยังอยู่ดีมีสุขใช่ไหมครับ

นี่ไง...ผลงานที่นักเขียนภูมิใจนำเสนอต่อนักอ่าน
นี่ไง...ผลงานที่ประสบความสำเร็จทางการตลาด
นี่ไง...ผลงานที่บรรณาธิการภูมิใจนำเสนอ
 
เพราะเท่าที่ทราบมาจากร้านหนังสือ ปรากฏว่าคนที่ซื้อไปอ่านส่วนใหญ่คือ เยาวชน-เยาวเรศ ทั้งหลายที่ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองห่วงหนักหนาว่า จะไม่มีมารยาท ไม่มีวัฒนธรรมและไม่มีความเป็นไทย หมกมุ่นแต่เรื่องเพศและการสืบพันธุ์ เลยต้องหาทางเซ็นเซอร์ภาพหรือเพลงที่เกี่ยวกับเรื่องเพศไม่ว่าจะเป็นเพลงเก่าคลาสสิกหรือว่าเพลงใหม่แบบแร็พโย่

ต้องมีการเซ็นเซอร์คำอุจาด....แต่หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกเว้นครับ....จึงสามารถพิมพ์ออกมาได้ถึงสองครั้ง!!
 
ผมเชื่อว่าไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่งที่เบ่งคลอดผลงานเล่มนี้ แต่มันเป็นสำนึกร่วมกันที่เราคนรักหนังสือต้องรู้สึกรู้สา เพราะเชื่อว่าส่วนใหญ่นักอ่านเรายังหน้าไม่หนาพอและผมเองในฐานะผู้บริโภคหนังสือก็ฝากเอาไว้ตรงบรรทัดนี้ว่า....เป็นห่วงอนาคตวงการหนังสือ-อุตสาหกรรมหนังสือ-ธุรกิจหนังสือ
 
เพราะในที่สุดธุรกิจหนังสือโป๊ก็ครองประเทศไทยอย่างสง่างาม


--มิสเตอร์ คิว ซี
------------------------------------------

ลิงก์ต้นฉบับงาน รู้จักมีมารยาทกันซะมั่ง เด็กเปรต  
เวอร์ชันดิจิทัล ปี 2553
โพสต์ทั้งเล่ม สนใจเชิญอ่าน และโหลด ฟรี!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น